seiko

ปรากฏการณ์ seiko X Naruto & Boruto Limited Edition ที่แฟนคลับห้ามพลาด

เชื่อว่าใครที่เป็นคนรักเรื่องของนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือ หรือนาฬิกาประจำบ้านก็ตาม น่าจะรู้จักกับแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่อย่าง seiko กันแน่นอน ซึ่งแบรนด์นาฬิกานี้เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นและก็ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องของความทนทานที่ไม่มีใครเหมือน 

ล่าสุดนาฬิกา ไซโก้ มาพร้อมแคมเปญใหม่ที่น่าสนใจ เป็นกลยุทธ์ใหม่ที่จะเน้นเอาใจคนรุ่นใหม่ที่เป็นแฟนคลับการ์ตูนอนิเมะเรื่องดังอย่าง NARUTO และ BORUTO ซึ่งการครอสกันแบบนี้จึงกลายเป็นนาฬิกา Collection ใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งการออกนาฬิการุ่นใหม่ในรุ่นนี้เป็นรุ่น Limited Edition ที่มีจำนวนจำกัด และตั้งใจที่จะจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นแฟนตัวจริงของการ์ตูนทั้งสองเรื่องนี้โดยเฉพาะ

แรงบันดาลใจจากการ์ตูนยอดฮิต

ต้องยอมรับเลยว่ากระแสความร้อนแรงของการ์ตูนอนิเมะเรื่อง นารูโตะ และโบรูโตะนั้นแรงจริง ๆ ในยุคนี้ มีแฟนคลับที่ติดตามการ์ตูนเรื่องนี้เป็นจำนวนมากทั้งในญี่ปุ่นและในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก หนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยเราเอง ที่มีแฟนคลับชื่นชอบในการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก และทุกคนต่างก็ตามหาไอเทม Collection จากการ์ตูนทั้งสองเรื่องนี้เหมือนกัน ๆ 

สำหรับ นารูโตะ เริ่มเปิดตัวฉายครั้งแรกในปี 2002 ฉายไปได้ไม่นานกระแสความฮิตก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อปิดฉากเรื่องแล้ว จึงตามมาด้วยอีกหนึ่งเรื่องที่มีเนื้อหาต่อเนื่องกันก็คือ เรื่องโบรูโตะ ที่แม้ว่ากระแสความสนใจอาจจะดูน้อยลงไปบ้าง แต่ก็ต้องบอกว่ายังทำได้ดีและมีผู้ติดตามจำนวนมากอยู่เช่นเคย

จากจุดนี้เองที่ทำให้แบรนด์ ไซโก้ มองเห็นโอกาสในการฟื้นคืนชีพกระแสนาฬิกาของตนเอง หลังจากที่เงียบหายไปจากตลาดนาฬิกามานาน และเน้นไปเอาใจตลาดผู้ใหญ่วัยทำงานอย่าสักพักใหญ่ ตอนนี้ทางไซโกมองเห็นว่าได้เวลาที่จะพลิกฟื้นแบรนด์ให้กลับมาดูสดใหม่อีกครั้ง จึงได้ออกแคมเปญร่วมกันกับการ์ตูนยอดฮิตร่วมชาติ ซึ่งก็กลายเป็น Collection ใหม่ที่น่าเก็บสะสมจริง ๆ 

ทาง seiko ได้ออก Limited Edition สำหรับการ์ตูนทั้งสองเรื่องนี้มา โดยดีไซน์นาฬิกา seiko ออกมาเป็น 7 รุ่นตามคาแรคเตอร์ของตัวละครในการ์ตูน 

รุ่น NARUTO

ทั้งสีสันดีไซน์ตัวเรือนของรุ่นนี้สะท้อนเอกลักษณะเฉพาะของตัวละครนารูโตะออกมาได้อย่างชัดเจน แฝงอารมณ์แบบนินจาที่จะต้องผ่านการฝึกฝนสิ่งต่าง ๆ มาอย่างยากลำบาก โดยแสดงให้เห็นถึงรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งของตัวเรือน วงแหวนของตัวเรือนดีไซน์ให้เหมือนผ้าคาดศีรษะของตัวละคร ตำแหน่ง 12 นาฬิกาก็ใส่สัญลักษณ์โบราณที่สืบทอดมาจากหมู่บ้าน

รุ่น SASUKE

ตัวละครที่เป็นเพื่อนและคู่แข่งของนารูโตะ โดยดีไซน์ของนาฬิกาเป็นสีฟ้าตามคาแรคเตอร์ตัวละคร มีสัญลักษณ์ประจำตัวละคร คือเครื่องหมายของคาถา Jutsu Chidori เป็นลายพื้นของหน้าปัด และยังมีเนตรวงแหวนประจำอยู่ที่ฝาหลังด้วย

รุ่น SHIKAMARU

จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่การใส่เอกลักษณ์ประจำของตัวละครอย่าง คาถา Shadow Possession Jutsu ไว้ที่หน้าปัดและการให้เป็นโทนสีดำเขียว และส่วนของวงแหวนตัวเรือนดูแล้วจะเหมือนกับตาข่ายที่เป็นชุดของตัวละครนี้ และยังมีเครื่องหมายของเกมหมากแบบญี่ปุ่นที่ตัวละครนี้ชอบเล่นแฝงไว้ในการดีไซน์ด้วย

รุ่น GAARA

จุดเด่นอยู่ที่ตัวเรือนสีน้ำตาล และหน้าปัดที่ให้อารมณ์แห่งทะเลทราย แรงบันดาลใจรุ่นนี้มาจากน้ำเต้าไอเทมประจำตัวละคร

รุ่น ROCK LEE

จุดเด่นอยู่ที่ขอบตัวเรือนด้านซ้ายที่ดีไซน์ตามคาแรคเตอร์ตัวละครนี้ที่จะมีผ้าพันแผลที่แขน อีกด้านก็จะเป็น ประตูจักระทั้งแปด 

รุ่น BORUTO

ดีไซน์รุ่นนี้ถอดแบบจากคาแรคเตอร์ตัวละครมาทั้งหมด ทั้งโทนสีดำแซมชมพู และสัญลักษณ์ประจำตัวละคร ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาของตัวเรือน ได้รับแรงบันดาลใจจากสายฟ้าที่เป็นโลโก้ของเรื่อง 

รุ่น SARADA

อีกหนึ่งตัวละครนินจาหญิงในเรื่อง ดีไซน์รุ่นนี้จึงใช้เฉดสีแดงตามตัวละคร และมีสัญลักษณ์นินจารุ่นเยาว์ในตำแหน่งที่ 4 นาฬิกา ฝาหลังจะมีสัญลักษณ์ประจำตระกูล “อุจิวะ”

ต้องบอกเลยว่านี่เป็นอีกหนึ่ง Limited Edition จาก ไซโก้ ที่น่าเก็บสะสมเป็นอย่างมาก ใครที่ชื่นชอบคุณภาพความทนทานของนาฬิกาแบรนด์และเป็นแฟนการ์ตูนทั้งสองเรื่องนี้บอกเลยต้องหามาเก็บสะสมไว้แล้วล่ะ

อย่าลืมติดตามอ่านบทความเนื้อหาสาระดีๆ กับเราได้ ที่นี่

seiko

รองเท้าบาจา

รองเท้าบาจา ความทนแบบสุดเก๋า ที่ขยับเพิ่มความโมเดิร์นเอาใจคนรุ่นใหม่

เรียกว่ากลายเป็นหนึ่งแบรนด์รองเท้าที่เป็นตำนานอีกหนึ่งแบรนด์สำหรับ “รองเท้าบาจา” กับเวลา 90 กว่าปีที่อยู่คู่ตลาดรองเท้าของคนไทยมาโดยตลอด ซึ่งพัฒนาการของบาจาก็มีการเปลี่ยนแปลงมาอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่ การวางตลาดเพื่อตอบโจทย์รองเท้าสำหรับนักเรียนและก็เปลี่ยนมาตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้คนด้วยรองเท้าหลากหลายแบบ และทุกคนต่างรู้ว่าบาจามีความเจ๋งที่ความทนทาน

ต้องบอกเลยว่ารองเท้าภายใต้แบรนด์โลโก้อักษรภาษาอังกฤษที่เขียนว่า bata นี้สร้างความผูกพันในตลาดรองเท้าประเทศไทยและผูกพันอยู่กับคนไทยมายาวนานนับชั่วอายุคน นั่นทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์นี้กลายเป็นความ “ทนทานสุดเก๋า” ในสายตาคนรุ่นใหม่ ซึ่งวันนี้บาจาขอปรับลุคเปลี่ยนแนวทางใหม่ โดยเน้นเอาใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น 

bata แบรนด์รองเท้าคู่คนไทยแต่ไม่ใช่ของคนไทย

อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้นว่า แบรนด์รองเท้าบาจานั้นทำตลาดในไทยมานาน นานมากจนหลายคนเข้าใจว่าแบรนด์นี้เป็น Local Brand ในไทยหรือเป็นแบรนด์ของคนไทยไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย หากย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ ก็ต้องย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ. 1894 ที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก(ประเทศเชโกสโลวะเกียในขณะนั้น)

ชายผู้หนึ่งที่มีนามว่า “โทมัส บาจา” ได้ร่วมกับพี่ ๆ น้อง ๆ ของเขาสร้างโรงงานผลิตรองเท้าขึ้นมา แต่ไม่ทราบว่าเกิดความผิดพลาดประการใด ทำให้กิจการโรงงานผลิตรองเท้าไปได้ไม่ดีนัก กิจการเริ่มประสบปัญหาทางการเงิน จากที่เคยผลิตรองเท้าหนังจึงต้องเปลี่ยนวัสดุมาเป็นผ้าใบ เพื่อลดต้นทุนการผลิต

แต่กลับกลายเป็นว่ารองเท้าที่ทำจากวัสดุทดแทนที่เป็นผ้าใบนี้กลับฮิตขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ทำให้ธุรกิจเริ่มฟื้น และกิจการเริ่มก้าวต่อไปได้ดี คุณโทมัสจึงเริ่มขยับขยายกิจการนำเอาเครื่องจักรระบบสายพานเข้ามาใช้ แต่โชคร้ายเมื่อวิกฤตสงครามโลกทั้งครั้งที่ 1 และ 2 ได้กระหน่ำซ้ำเติมกิจการรองเท้าของเขา แม้จะประสบปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เขาก็สู้ฝ่าฟัน

สิ่งที่ทำให้แบรนด์บาจาผ่านพ้นวิกฤตมาได้ก็คือ กลยุทธ์และวิสัยทัศน์ของคุณโทมัส บาจา ที่พยายามแก้ปัญหาโดยการนำสินค้ามาลดราคาในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อประคองธุรกิจ ลดค่าจ้างพนักงานแต่ไม่ไล่ออกและใช้วิธีการชดเชยพนักงานด้วยสวัสดิการที่ดีขึ้น และที่สำคัญกับวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า “จะผลิตรองเท้าให้คนทั่วโลกได้ใส่” จึงทำให้บาจาก้าวมาถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันแบรนด์รองเท้าบาจาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและทำตลาดได้ในดีทั้งในยุโรป แอฟริกาเหนือ เอเชียและในอเมริกา

ได้เวลาผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแปลง

แม้ว่ารองเท้าบาจาจะเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่ามีความทนทาน มีคุณภาพดี แต่ภาพลักษณ์โดยรวม ๆ สำหรับตลาดรองเท้าในประเทศไทย บาจายังคงมีภาพลักษณ์ของแบรนด์รองเท้านักเรียนอยู่ หรือรองเท้าทั่วไปก็ยังเป็นทรงเก่า ๆ ที่ดูไม่โมเดิร์นสักเท่าไหร่ ซึ่งที่ผ่านมาบาจาพยายามที่จะคงคอนเซ็ปต์ความทนทานที่เหนือใครเอาไว้ แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด

ตอนนี้แบรนด์บาจาจึงได้เวลาลุกขึ้นมาปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนภาพลักษณ์เรื่องรองเท้านักเรียนให้กลายเป็นแบรนด์รองเท้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น มีทั้งรองเท้ากีฬาดีไซน์สวย ๆ และรองเท้าแตะลำลองทั้งผู้ชายผู้หญิงดีไซน์โมเดิร์นตอบโจทย์การสวมใส่ตอบแฟชั่นของคนยุคนี้มากขึ้น อย่างเช่น

แตะลำลอง WELL UP 

รองเท้าส้นแบบผู้หญิงแบบรัดส้น

รองเท้าแตะส้นทึบแบบหนีบ

รองเท้าผ้าใบแฟชั่นแบบเชือก

นอกจากจะปรับเปลี่ยนการผลิตและดีไซน์แล้ว ช่องทางการขายก็มีปรับเปลี่ยนด้วยจากช็อปที่เป็นร้านออฟไลน์ตอนนี้ก็ขยับขึ้นมาขายบนออนไลน์ผ่านช่องทางของตนเองและมีขายบน Lazada ด้วย ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ก็ได้ใจคนรุ่นใหม่อยู่ไม่น้อยสะท้อนได้จากยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น

อีกหนึ่งแบรนด์รองเท้าที่อยู่ในใจคนไทยคนเก่า แต่วันนี้แบรนด์รองเท้าบาจาของปฏิวัติตนเองเพื่อมาเอาใจคนในยุคปัจจุบัน ด้วยการผลิตรองเท้าคุณภาพดีไซน์ใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความทนทานและคุ้มค่า 1 คู่ใช้กันได้นานแบบไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะรองเท้าผ้าใบ รองเท้าหนัง แตะลำลอง รับรองว่ายังคงให้ความทนทาน สวมใส่สบายไว้เช่นเดิม แต่เพิ่มเติมคือความเท่สวยทันสมัย เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ต้องชอบแน่

ติดตามบทความดีๆ กับเราได้ตลอด ที่นี่

รองเท้าบาจา

karmakamet

ตามกลิ่นเครื่องหอม karmakamet แบรนด์ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องความหอม

เชื่อว่าใครที่ชื่นชอบในเรื่องน้ำหอมและชอบอะไรที่หอม ๆ น่าจะต้องเคยได้ยินชื่อแบรนด์ karmakamet กันมาบ้างแน่นอน แบรนด์นี้เป็นแบรนด์เครื่องหอมของคนไทย ที่ปัจจุบันไม่ได้มีดีแค่เรื่องสินค้าเครื่องหอม แต่ยังขยายธุรกิจออกไปหลาย ๆ ด้านทั้งเป็น Life Style Shop และยังมีจำหน่ายอาหารอีกด้วย

หากจะให้เจาะจงลงไปเฉพาะเครื่องหอมหรือน้ำหอม คามาคาเมต แล้วก็ต้องบอกว่าใครได้กลิ่นก็ต้องรู้สึกชื่นชอบ เพราะกลิ่นนั้นอบอวลชวนหลงใหลจริง ๆ เหมือนต้องมนต์สะกดกันเลยทีเดียว ซึ่งเบื้องหลังของแบรนด์นี้มีที่มาที่ไปอย่างไร มีอะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ในกลิ่นหอมของร้านนี้ มาร่วมค้นหาไปด้วยกัน

ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากความตั้งใจ

ปี 2011 แบรนด์เครื่องหอมแบรนด์นี้ ได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งคำว่า “คามาคาเมต” นั้น มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็นภาษาแบบอินเดียโบราณ เป็นการนำคำ 2 คำมารวมกันนั่นคือ คำว่า “คามา” ซึ่งก็หมายถึงกรรมหรือการกระทำ และคำว่า “คาเมต” เป็นชื่อของยอดเขาแห่งหนึ่งในกลุ่มของเทือกเขาหิมาลัย 

เมื่อรวมความหมายแล้ว ก็คือการบำเพ็ญเพียรบนยอดเขาคาเมต ซึ่งนับว่าเป็นความหมายที่ดีที่มีการหลอมรวมเอาวัฒนธรรม ความเชื่อ ปรัชญาแบบตะวันออกเข้าไว้ด้วยกัน และแรงบันดาลใจของการสร้างแบรนด์เครื่องหอมนี้ขึ้นมาก็คือ การได้นำองค์ความรู้เรื่องเกี่ยวกับเครื่องหอมในการทำธูปที่ได้ระบการสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นมาผสานเข้ากับความสร้างสรรค์ในเรื่องกลิ่นหอมของคนรุ่นใหม่

จากนั้นเมื่อแบรนด์คามาคาเมตเกิดขึ้นแล้วจึงนำมาสู่การเปิดร้านขายเครื่องหอมเล็ก ๆ ในตลาดจตุจักร สิ่งเวลาเพียงไม่ช้าไม่นาน เครื่องหอมและ น้ำหอม คามาคาเมต ก็เป็นที่รู้จักทั้งรู้ค้าชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างรวดเร็วและขยายจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งต้องบอกว่าการที่แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว เพราะความตั้งใจและความใส่ใจในทุกสิ่งของผู้ก่อตั้งนั่นเอง

จากแรงบันดาลใจสู่กลิ่นหอมในสไตล์ใหม่ ๆ karmakamet

เสน่ห์ของ คามาคาเมต ก็คงจะอยู่ที่กลิ่นหอมของเครื่องหอมต่าง ๆ ที่ต้องบอกเลยว่ามีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่น้อย ไม่เชิงกลิ่นแบบสมัยโบราณและก็ไม่ใช่กลิ่นหอมแบบสมัยใหม่ด้วย นี่เป็นความลงตัวของความหอมฉบับใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์แบบไม่เหมือนใคร ซึ่งกลิ่นความหอมทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ล้วน ๆ

และเมื่อมีการรวมตัวกันของแรงบันดาลใจดี ๆ และความคิดสร้างสรรค์แบบล้ำ ๆ จึงได้กลิ่นความหอมสไตล์ใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นความหอมที่พร้อมจะส่งต่อแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับผู้คน

ไม่ปรุงแค่กลิ่นแต่ยังปรุงความหลากหลาย

สำหรับแบรนด์คามาคาเมตแล้วต้องบอกเลยว่าเป็นแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาตนเอง ทั้งเรื่องสินค้าใหม่ ๆ ช่องทางการขายใหม่ ๆ รวมไปถึงการขยายไปยังธุรกิจใหม่ ๆ ด้วย ซึ่งภายใต้แบรนด์นี้ยังมีธุรกิจที่เป็นร้าน  Life Style Shop และร้านอาหารอีกด้วย

ส่วนการพัฒนาในเรื่องของช่องทางการขาย คามาคาเมต ได้เพิ่มช่องทางการขายและกระจายสินค้าไปยังลูกค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วย ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการขยับนำสินค้ามาวางจำหน่ายบน Lazada เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่สนใจสินค้าเครื่องหอมและสินค้าไลฟ์สไตล์ ไม่ต้องไปหาร้านให้เสียเวลาสั่งซื้อออนไลน์ก็ได้ง่ายกว่าเยอะ

เรียกว่า คามาคาเมตไม่ได้มีดีแค่การปรุงกลิ่นให้มีเสน่ห์ แต่ยังมีการปรุงความหลากหลายในทางธุรกิจเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของผู้บริโภคอยู่เสมอด้วย ทั้งเรื่องสไตล์การทำธุรกิจ รูปแบบธุรกิจและช่องทางการขายที่ตอบโจทย์ลงตัวกับชีวิตของคนในยุคนี้ ใครสนใจหรือชอบเรื่องของความหอม ไม่ควรพลาดสินค้าจากร้านนี้เลยเชียว

ถ้าคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์เครื่องหอม ที่ให้ความหอมในแบบที่แตกต่าง หรือ กำลังต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่มีความหรูหราในแบบไม่เหมือนใคร สินค้าจากแบรนด์เครื่องหอมของไทยแบรนด์นี้ น่าจะเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้เป็นอย่างดี สินค้าจากร้านนี้จะส่งต่อความสุขและแรงบันดาลใจดี ๆ ผ่านความหอมที่คุณต้องหลงรัก ลองดูสักครั้งสิ แล้วคุณจะชอบ karmakamet

กางเกงวอร์ม

รู้ก่อนเลือก! เนื้อผ้ากางเกงวอร์มแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร แบบไหนดีสำหรับคุณ?

กางเกงวอร์ม เป็นเครื่องแต่งกายที่หนุ่ม ๆ มักจะมีติดตู้เสื้อผ้ากันไว้อยู่แล้ว บ้างก็เอาไว้ใส่ออกกำลังกาย บ้างก็เอาไว้ใส่นอน แต่ทราบหรือไม่ว่าแต่ละชนิดที่วางขายอยู่ในท้องนั้นแตกต่างกันอย่างไร ทำไมถึงมีผลิตออกมาหลายแบบ และแต่ละแบบเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน? เพื่อให้หนุ่ม ๆ เลือกซื้อกันได้ง่ายขึ้นจึงมีเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกซื้อมาบอกกัน

เนื้อผ้า 3 ชนิดที่นิยมใช้ผลิต กางเกงวอร์ม มีอะไรบ้าง แต่ละแบบดีอย่างไร

ผ้าฝ้าย เป็นเนื้อผ้าที่นิยมใช้ในการผลิตมากที่สุด เพราะคุณสมบัติพิเศษของผ้าฝ้ายคือ มีความนุ่มและมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สวมใส่แล้วรู้สึกสบาย มีความทนทาน เหมาะสำหรับการใส่ในหน้าหนาว ช่วยเพิ่มความอบอุ่นได้ดี แต่ทั้งนี้ก็ยังใส่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใส่ไปเที่ยว ใส่นอน หรืออื่น ๆ เพราะช่วยให้รู้สึกคล่องตัว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก 

ฝ้าไนลอน หรือผ้าร่ม เป็นเนื้อผ้าที่เบาสบาย เห็นได้บ่อยในชุดกีฬาประเภทต่าง ๆ เช่น กางเกงวอร์ม adidas สำหรับใส่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย เนื่องจากผ้าไนลอนเป็นผ้าใยสังเคราะห์ที่มีความทนทานสูง ทำให้เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย ไม่ขาดง่าย ระบายอากาศได้ดี ใส่แล้วรู้สึกเย็นสบาย มีความยืดหยุ่น มีคุณสมบัติช่วยกันลมได้

ผ้าโพลีเอสเตอร์ มีลักษณะที่คล้ายกับผ้าไนลอนแต่จะมีเนื้อผ้าที่หยาบมากกว่า เหมาะสำหรับการใส่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเช่นกัน สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่อุ้มน้ำหรืออุ้มเหงื่อ เมื่อเหงื่อออกแล้วไม่ทำให้รู้สึกเหนียวตัว

อยากได้วอร์มสักตัวหนึ่งควรเลือกแบบไหนดี?

เลือกเนื้อผ้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน อย่างที่บอกไปว่าเนื้อผ้าแต่ละประเภทมีประโยชน์ใช้งานไม่เหมือนกัน การเลือกควรเลือกเนื้อผ้าที่เหมาะกับการทำกิจกรรมนั้น ๆ เพื่อความสะดวกในการใช้งานและประโยชน์ที่มากกว่า

เลือกจากประเภทของขอบกางเกง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ แบบยางยืดและแบบเชือกผูก โดยแบบเชือกผูกจะให้ลุคที่ดูสปอร์ต เลื่อนปรับระดับได้

เลือกจากกระเป๋า โดยปกติจะออกแบบมาให้มีกระเป๋าในตัวอยู่แล้ว เพื่อการใช้งานที่สะดวกมากขึ้นควรเลือกกระเป๋าที่มีซิปเปิด – ปิดเพื่อช่วยป้องกันของหล่นจากกระเป๋าเมื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ 

เลือกจากดีไซน์และประโยชน์ใช้งาน มีทั้งแบบเรียบและแบบมีลวดลายหรือลูกเล่นต่าง ๆ เช่น แถบสะท้อนแสงด้านข้าง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบวิ่งออกกำลังกายตอนเช้ามืดหรือตอนกลางคืน

5 เหตุผลที่หนุ่ม ๆ ควรมีกางเกงวอร์มติดตู้เสื้อผ้าไว้

1. ใส่ได้หลายโอกาส หลายคนมักคิดว่าเป็นกางเกงที่ใช้สำหรับออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความจริงแล้วยังนิยมใส่เป็นแฟชั่นด้วย เห็นได้จากดารานักแสดงที่นิยมสวมใส่คู่กับเสื้อยืด เสื้อกล้าม เสื้อสเวตเตอร์ ฯลฯ อีกทั้งยังแมทช์กับชุดต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น กางเกงวอร์ม adidas กับเสื้อยืดสีขาวและแมทช์คู่กับรองเท้าผ้าใบจะให้ลุคที่ดูสบาย ๆ แต่เท่ไม่น้อยเลย 

2. มีความทนทานสูง เพราะเนื้อผ้าที่ใช้ผลิตส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติที่ทนทาน กันลม ไม่อุ้มน้ำ ทำให้สวมใส่ได้นาน ไม่ขาดง่าย หรือเสื่อมสภาพง่าย มีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน สามารถใช้งานได้นานหลายปี

3. ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ถือเป็นจุดเด่นของกางเกงชนิดนี้เลยก็ว่าได้เพราะไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้าแบบไหนใส่แล้วก็ทำให้รู้สึกสบาย ไม่อึดอัด ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว 

4. มีความอบอุ่น แม้จะเลือกใช้เนื้อผ้าคนละชนิดกันแต่เมื่อใส่แล้วกลับให้ความรู้สึกที่อบอุ่นเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นผ้าฝ้ายที่ให้ความอบอุ่นได้ดีหรือผ้าไนลอนที่มีคุณสมบัติกันลม

5. ราคาไม่สูงจนเกินไป มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลักพัน ขึ้นอยู่กับเนื้อผ้าและการออกแบบของแต่ละแบรนด์ 

เครื่องแต่งกายแต่ละชนิดมีประโยชน์อยู่ในตัวอยู่แล้ว หากเลือกได้ดีขึ้นก็จะตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น สำหรับหนุ่ม ๆ คนไหนที่ชอบใส่กางเกงวอร์มก็สามารถนำเทคนิคดี ๆ เหล่านี้ไปใช้ในการเลือกซื้อกันได้ ช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้น กางเกงวอร์ม

เสื้อเชิ้ต

6 วิธีการเลือกเสื้อเชิ้ตแบบผิด ๆ ที่หนุ่ม ๆ ควรเลิกทำ!

หลายคนมักมักคิดว่าการเลือกซื้อ เสื้อเชิ้ต นั้นเหมือนกับเสื้อผ้าทั่วไปแต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะเชิ้ตหนึ่งตัวนั้นมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทรงเสื้อ ปกเสื้อ ชายเสื้อ แขนเสื้อ และอื่น ๆ วันนี้เราจึงมี 6 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดในการเลือกซื้อเชิ้ตมาบอกกันว่าแบบไหนที่ไม่ควรทำและการเลือกเสื้อเชิ้ตผู้ชายอย่างถูกวิธีนั้นควรพิจารณาจากอะไรบ้าง?

6 ข้อที่หนุ่ม ๆ ควรเลิกทำในการเลือกซื้อ เสื้อเชิ้ต

1. ไม่ลองใส่ก่อนซื้อ เสื้อเชิ้ตผู้ชาย เป็นเสื้อผ้าที่ควรลองใส่ก่อนซื้อ เนื่องจากมีหลายทรงและมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ การลองใส่จะช่วยให้ทราบว่าเชิ้ตแบบไหนที่เหมาะสำหรับหุ่นของเรา ทั้งนี้ยังต้องพิจารณาจากการใช้งานว่าต้องการ นำไปใช้งานแบบไหน เช่น ต้องการใส่แบบทับใน ควรเลือกเชิ้ตสำหรับใส่ทับในที่มีชายเสื้อยาว เพราะจะใส่ทับในได้สวยพอดี หากเลือกชายเสื้อแบบสั้นที่ออกแบบมาให้ใส่แบบปล่อยชายจะทำให้ชายเสื้อหลุดออกง่ายเมื่อทับในและทรงดูไม่สวย

2. ยิ่งรัดยิ่งดูดี เพราะเชิ้ตเป็นเสื้อผ้าที่ใส่แบบพอดีตัว แต่หลายคนมักจะใส่รัดจนเกินไป จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่ายิ่งใส่แบบรัด ๆ ยิ่งดี แต่ความจริงแล้วการใส่เชิ้ตที่รัดจนเกินไปนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่นัก เพราะหากรัดเกินไปจะทำให้ส่วนอื่น ๆ ของเสื้อมีขนาดที่เล็กลงตามไซส์เสื้อด้วย เช่น ปกเสื้อ ที่หากมีขนาดเล็กเกินไปจะทำให้คอเสื้อแคบ เมื่อผูกเนกไทจะทำให้คับเกินไปหรืออาจผูกไม่ได้เลย และทำให้ทรงเสื้อดูเต่อ

3. เผื่อไซส์ไว้เสมอ สำหรับใครที่มีนิสัยช่างเผื่อเห็นทีว่าคงจะใช้ไม่ได้กับการเลือกซื้อเชิ้ตซะแล้ว เพราะหากใส่ตัวใหญ่เกินไปจะทำให้ส่วนอื่น ๆ ดูใหญ่ไปหมดและทำให้ดูไม่สวย หากไม่ได้ไปลองด้วยตัวเองควรเทียบขนาดเสื้อจากชาร์ตเสื้อเพื่อดูว่าขนาดไหนที่ตรงกับไซส์ของเรา เพราะแต่ละแบรนด์อาจมีไซส์ที่ไม่เหมือนกัน

4. ปกแบบไหนก็ใส่ได้ ไม่แคร์ หากลองดูดี ๆ แล้วปกเสื้อนั้นจะไม่เหมือนกัน บางตัวปกยาว ปกแหลม ปกสั้น ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าปกแต่ละชนิดออกแบบมาให้ใช้งานไม่เหมือนกัน โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ แบบมาตรฐาน (Regular) เป็นแบบที่ใช้กับเชิ้ตแบบทั่วไป สามารถใส่ได้ทุกโอกาส ทั้งการใส่แบบผูกเนกไทและไม่ผูก, ปกแบบบานออก (Spread) เป็นปกเสื้อสไตล์คลาสสิกสำหรับผูกเนกไทและออกแบบมาให้ใส่แบบปลดกระดุมบนได้, Button – Down เป็นปกเสื้อที่มีกระดุมประดับอยู่ด้านล่างของปกเสื้อทั้ง 2 ข้าง เป็นสไตล์คลาสสิกที่ดูเรียบหรู ให้ลุคที่เป็นทางการ และแบบ Long Point จะมีปกเสื้อที่แหลมและยาวกว่าแบบอื่น ๆ เหมาะสำหรับการใส่ทำงาน

5. ไม่สนเรื่องเนื้อผ้า ควรเป็นเนื้อผ้าที่ใส่สบายและระบายอากาศได้ดี ที่สำคัญต้องไม่ยับง่ายด้วย

6. ถ้าแขนเสื้อยาวเกินไปก็พับได้ แขนเสื้อที่ดีควรมีความยาวพอดีกับข้อมือ ไม่ควรสั้นหรือยาวจนเกินไป หากแขนเสื้อยาวเกินไปอาจหมายถึงไซส์เสื้อที่ไม่พอดีตัวหรือตัวใหญ่เกินไป เพราะหากแขนเสื้อมีขนาดพอดีกับข้อมือแล้วไม่ว่าจะพับแขนเสื้อหรือปล่อยแขนก็จะออกมาดูสวย

เคล็ดลับการดูแลเสื้อเชิ้ตให้เหมือนใหม่และมีสภาพดีอยู่เสมอ

ซักมือดีกว่า ควรซักมือเพื่อลดแรงเหวี่ยงของเนื้อผ้า การซักมือด้วยการขยี้เบา ๆ หรือใช้แปรงขนอ่อนแปรงจะช่วยถนอมเนื้อผ้าได้ดีกว่า

เลี่ยงการปั่นแห้ง ควรหลีกเลี่ยงการนำไปปั่นแห้งเพราะการปั่นแห้งก็ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงของเนื้อผ้าได้เหมือนกัน ควรบิดให้หมาดแล้วนำไปตากแดด

ดึงตะเข็บและสบัดก่อนตาก ก่อนตากแดกควรสะบัดเพื่อลดรอยยับและดึงบริเวณที่เป็นตะเข็บเพื่อให้เนื้อผ้าตึง ไม่เป็นรอยย่นของตะเข็บ

ไม่ตากนานจนเกินไป เมื่อแห้งแล้วควรเก็บเข้าร่มเพราะการตากแดดนานเกินไปจะทำให้ผ้าสีซีดและแข็งได้

เพราะเสื้อเชิ้ตเป็นเสื้อผ้าหลายคนใส่บ่อยและมักใส่ออกงาน หากเลือกได้ดีและดูแลอย่างถูกวิธีก็จะช่วยให้สวมใส่ได้มั่นใจมากขึ้น ช่วยให้ดูดีขึ้นและเสื้อมีสภาพที่ดีเหมือนใหม่อยู่เสมอ เสื้อเชิ้ต

ชุดนอน

แนะนำดีไซน์ชุดนอนคุณผู้ชาย แบบไหนที่ใช่สำหรับหนุ่ม ๆ 

นอกจากคุณหนุ่ม ๆ ควรพิถีพิถันเรื่องการเลือกเสื้อผ้าเพื่อไปทำงานหรือเสื้อผ้าสำหรับใส่ออกไปพบปะผู้คนแล้ว ชุดนอน ยังเป็นอีกหนึ่งประเภทเสื้อผ้าที่หนุ่ม ๆ ควรให้ความสนใจ เพราะอย่าลืมว่าช่วงเวลาการพักผ่อนคือช่วงเวลาสำคัญที่สุด โดยการนอนหลับสนิทและนอนหลับสบายตลอดคืนมีส่วนอย่างยิ่งในการทำให้ร่างกายสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน ซึ่งแน่นอนว่าชุดสำหรับใส่นอน มีส่วนอย่างยิ่งที่จะทำให้หลับสบายยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นลองมาดูกันว่าคุณหนุ่ม ๆ ควรเลือกชุดสำหรับใส่นอนแบบไหนถึงใช่สำหรับคุณมากที่สุด

เลือกชุดนอนสไตล์ไหนดีถึงใช่สำหรับหนุ่ม ๆ 

– เท่ดูดีด้วยเนื้อผ้าซาติน

ชุดนอนสไตล์นี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นที่คุ้นตาของใครหลายคน เพราะพบเห็นได้บ่อย ๆ จุดเด่นของดีไซน์นี้คือทำให้หนุ่ม ๆ ดูเท่ แฝงด้วยความหรูหราเล็ก ๆ โดยส่วนใหญ่มีให้เลือกทั้งแบบกางเกงขาสั้นและแบบกางเกงขายาว หากนอนห้องแอร์แนะนำให้เลือกแบบเสื้อแขนยาวและขายาว เพื่อเพิ่มความอบอุ่น

– หรูหราด้วยสไตล์ชุดคลุมอาบน้ำ

หลายคนอาจเคยเห็นชุดนอนที่มาพร้อมดีไซน์คล้ายชุดคลุมอาบน้ำ ซึ่งชุดสไตล์นี้จะช่วยทำให้หนุ่ม ๆ รู้สึกสบาย เนื่องจากดีไซน์ชุดคลุมสามารถผูกเชือกบริเวณช่วงเอว ตอบโจทย์เรื่องความสบายเพราะสวมใส่แล้วไม่อึดอัด ที่สำคัญชุดสไตล์นี้ยังช่วยทำให้หนุ่ม ๆ ดูภูมิฐานและดูหรูหราขึ้นอีกด้วย

– นิ่มสบายต้องชุดนอนชายผ้าคอตตอน 

สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชอบสวมใส่อะไรง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมาก ตัวเลือกชุดที่ผลิตจากผ้าคอตตอนดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะคุณสมบัติของคอตตอนจะช่วยระบายอากาศได้ดี สวมใส่สบาย และเนื้อผ้าค่อนข้างน้ำหนักเบา จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสวมใส่ตอนนอน โดยใครที่ชอบสไตล์นี้สามารถเลือกใส่เป็นเสื้อยืดผ้าคอตตอนก็ได้ สำหรับท่อนล่างอาจเลือกเป็นกางเกงวอร์มเพิ่มความอบอุ่นหรือกางเกงขาสั้นใส่สบายสักตัว

– สบาย ๆ เพียงเลือกสไตล์เปลือยท่อนบน

เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนน่าชื่นชอบสไตล์นี้ และมักเห็นคุณผู้ชายเลือกสวมใส่เฉพาะท่อนล่าง โดยเว้นท่อนบนเอาไว้ เพราะการไม่สวมเสื้อจะช่วยเพิ่มความสบายเป็นอย่างยิ่ง โดยการเลือกสวมใส่สไตล์นี้ เพียงมองหากางเกงใส่สบาย ๆ สักตัวก็รอด จะเลือกเป็นกางเกงขาสั้นก็ง่ายหรือจะเลือกใส่กางเกงขายาวก็สบาย แต่ข้อควรระวังคือหากคุณหนุ่ม ๆ นอนห้องแอร์ การไม่ใส่เสื้อนอนอาจทำให้หนาวหรือเสี่ยงต่อการเป็นหวัด ดังนั้น ควรห่มผ้าหนา ๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายหนาวเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้ไม่สบายแล้วยังอาจทำให้ตื่นนอนกลางดึกอีกด้วย

เทคนิคเลือก ชุดนอน สำหรับคุณผู้ชายเพื่อการสวมใส่ที่สบายยิ่งขึ้น

นอกจากดีไซน์ที่ใช่สำหรับหนุ่ม ๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งคือเทคนิคการเลือกชุดสำหรับใส่นอน เพราะไม่ใช่แค่ดีไซน์ดีเท่านั้น แต่เนื้อผ้าควรเหมาะสมกับการสวมใส่เวลานอนอีกด้วย

– เนื้อผ้าบางเบา ใส่สบาย

อันดับแรกที่ควรให้ความสำคัญคือเรื่องเนื้อผ้า โดยควรเลือกเนื้อผ้าบางเบา เมื่อสวมใส่แล้วรู้สึกสบาย โดยให้หลีกเลี่ยงเนื้อผ้าหนา ๆ เพราะอาจทำให้รู้สึกร้อนระหว่างพักผ่อน เป็นผลทำให้หลับไม่สนิทนั่นเอง

– ระบายอากาศได้ดี

นอกจากเนื้อผ้าบางเบา สวมใส่แล้วรู้สึกสบายเหมาะกับการนอนหลับตลอดคืนแล้ว เนื้อผ้ายังควรระบายอากาศได้ดี เพราะมีเนื้อผ้าบางประเภทที่แม้จะไม่หนาแต่กลับระบายอากาศไม่ดี อีกทั้งเนื้อผ้าบางชนิดยังอุ้มน้ำทำให้เมื่อเหงื่อออกตอนกลางคืนแล้วทำให้รู้สึกเฉอะแฉะจนต้องตื่นระหว่างคืน

– ขนาดพอดีตัว

ไม่เพียงแต่ต้องให้ความสำคัญเรื่องเนื้อผ้าเท่านั้น เพราะเรื่องขนาดก็มีผลต่อการนอนหลับอีกด้วย โดยหากเลือกขนาดเล็กเกินไป อาจทำให้อึดอัดเวลานอน ในขณะเดียวกันหากเลือกขนาดใหญ่เกินไปอาจทำให้รู้สึกรุ่มร่ามและอาจสร้างความกวนใจขณะนอนหลับ

เมื่อชุดนอนผู้ชาย มีส่วนอย่างยิ่งในการทำให้คุณผู้ชายนอนหลับสบายและพักผ่อนเต็มที่ตลอดทั้งคืน เพราะฉะนั้นหนุ่ม ๆ คนไหนที่ละเลยการเลือกชุดสำหรับใส่นอนควรพิถีพิถันมากขึ้น โดยควรเลือกสไตล์ชุดใส่นอนที่ใช่สำหรับคุณ ที่สำคัญควรเลือกแบบที่สวมใส่แล้วสบายที่สุด เนื้อผ้าเบา ระบายอากาศได้ดี และขนาดพอดีตัว เพื่อการพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้ตื่นกลางดึกนั่นเอง ชุดนอน

สร้อยทอง 1 สลึง

สร้อยทอง…คุณค่าของเครื่องประดับที่ควรมีคู่กาย 

สร้อยทอง เครื่องประดับที่อยู่คู่กายคนทุกยุคทุกสมัย ถ้าพอมีเงินเก็บก็มักนิยมซื้อเอาไว้ ถึงแม้จะไม่ได้ใส่ก็ยังอยากมีเก็บเอาไว้ เนื่องจากเป็นเครื่องประดับที่ไม่เคยราคาตกเลย ในบางครั้งถ้าเผื่อมีเก็บไว้อาจจะได้ราคาดีกว่าตอนซื้อมาเสียด้วยซ้ำไป อย่างคำโบราณที่เขาว่ามีเงินนับเป็น แต่ มีทองเขานับเป็นพี่ เมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไป การสวมสร้อยทองที่ดูมากจนเกินก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ แต่โดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลายก็อยากจะมีเครื่องประดับติดตัวกันเอาไว้สักชิ้นหนึ่ง เพื่อความสวยงามแบบเครื่องประดับ ห้อยจี้รูปต่าง ๆ เช่น รูปหัวใจ รูปดาว และอื่น ๆ  ดังนั้นถ้าหากเลือกเส้นเล็ก ๆ อย่าง สร้อยทอง 1 สลึง ก็ดูเหมาะสมลงตัวได้ดีทีเดียว หรือไม่ก็ใส่เพื่อเป็นสิริมงคล โดยการห้อยจี้พระ หรือเครื่องรางนำโชคจำพวก ปี่เซียะ หรือจี้ไอ้ไข่นำโชค เป็นต้น 

4 วิธีในการเลือกใส่ สร้อยคอทองคำให้ดูดี…ไม่ตกเทรนด์

1. ขนาดและน้ำหนักซึ่งมีหลากหลายให้ได้เลือกสรร ทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง แต่ส่วนมากเครื่องประดับมักจะคู่กับผู้หญิงมากกว่า โดยมีให้เลือกทั้งแหวน สร้อยข้อมือ กำไล ต่างหูและสร้อยคอ ในการเลือกสวมใส่สมัยนี้จะเน้นขนาดเล็ก ๆ แบบ สร้อยทอง 1 สลึง จะแลดูเก๋ไก๋ ไม่เยอะเกินไป เพราะถ้ามากเกินไปจะกลายเป็นตู้ทองเคลื่อนที่ก็ไม่สวยงาม 

2. ลวดลาย หรือรูปแบบ ซึ่งมีทั้งเนื้อมันเงา เนื้อเรียบ แบบโซ่ตัน แบบลายดิสโก้หรือมีลวดลายอื่น ๆ พร้อมจี้สวยสื่อความหมาย อย่างเช่น สร้อยคอพร้อมจี้ปี่เซียะที่สวมใส่ตามความเชื่อว่าจะนำมาซึ่งโชคลาภ ทำมาค้าขายดี จะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเสริมอำนาจบารมี, จี้พระเลี่ยมทองเสริมดวงดี บารมีเด่น และจำพวกจี้เน้นความสวยงามแบบ จี้หัวใจ จี้ดาว เป็นต้น

3. เทคนิคการจับคู่เพื่อให้ได้จำนวนชิ้นที่สวมใส่พอดีอย่างลงตัว เพราะถ้ามากเกินไปนอกจากจะดูเทอะทะแล้วยังอันตรายอีกด้วยแมตช์กันเพียง1-2 ชิ้นน่าจะเพียงพอ แต่สลับใส่สร้อยคอ แหวน กำไลและต่างหูให้ถูกกาลเทศะ รับรองว่าดูดีได้ทุกครั้งที่สวมใส่ ออกงานไหนก็ไม่ตกเทรนด์อย่างแน่นอน

4. การแต่งกายและการดูแลบุคลิกภาพร่างกายของตัวเอง จะเลือกสวมใส่ สร้อยคอทองคำเซ็ตไหนต้องดูความสอดคล้องของเสื้อผ้าที่สวมใส่ในแต่ละครั้งด้วย เพราะนอกจากเครื่องประดับจะมีความโดดเด่นแล้วยังทำให้บุคลิกภาพดี ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ที่สำคัญต้องรักษาความสะอาดของร่างกายให้มีความสะอาด เรียบร้อย ก็สามารถเสริมความผ่องใสได้อีกเยอะทีเดียว ไม่ว่าจะไปติดต่อธุระ การงานใด ๆ ก็ย่อมจะมีความมั่นใจเสมอ

สร้อยทอง 1 สลึงลายแบบไหนดีที่ผู้หญิงใสแล้วสวย

– ลายโซ่ขั้นตัน จะมีการเรียงลายสวยและดูแข็งแรง โดยเฉพาะถ้าเลือกเป็นสร้อยข้อมือ หมดห่วงเรื่องบุบหรือมีรอย  สามารถสวมใส่โดยไม่ต้องมีจี้ก็ดูดีได้

– ลายสี่เสา หรือจะเรียกว่าลายกระดูกงูก็ได้ เพราะการเรียงตัวของลายคล้ายกระดูกงู สวมใส่แล้วทำให้ลุคดูเป็นหญิงแกร่ง 

– ลายผ่าหวายซึ่งมีโซ่เม็ดกลม ๆ เรียงต่อกันสวยงามและแข็งแรง แต่มีความโปร่ง เหมาะกับเด็กสาวช่วงวัยรุ่นที่สวมใส่แล้วดูดี โปร่งสบาย แบบสร้อยทอง 1 สลึง กำลังดูดี ลุคที่ออกมาไม่เป็นป้าอย่างแน่นอน

– ลายดิสโก้ที่เป็นริ้วตลอดเส้น เหมือนมีความเงาวิบวับเล็กน้อย สวมใส่ได้เหมาะสมทุกงานและทุกสถานที่ ไม่มีเอาท์ ดูสวยงามสะดุดตา

ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปสักเท่าไร สร้อยทองก็ยังเป็นเครื่องประดับที่มีคุณค่าควรคู่กายของทุกคนตลอดกาล โดยเฉพาะผู้หญิง การไม่มีเครื่องประดับก็เหมือนขาดความงดงามไปแล้วกว่าครึ่ง ซึ่งเชื่อว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนอย่างแน่นอนที่จะไม่รักความสวยงาม การเลือกสร้อยทอง 1 สลึงสักชิ้น ก็สามารถเพิ่มความงามได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีและมีความน่าเชื่อถือขึ้นอีกด้วย  เพราะในปัจจุบันการเลือกซื้อเครื่องประดับมีความสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเลือกทองแท้ หรือทองชุบก็เลือกสรรได้ผ่านทางออนไลน์ หรือ จะเลือกซื้อเครื่องประดับต่างๆก็มีบริการทางออนไลน์เช่นกัน โดยเลือกร้านที่สามารถให้ความเชื่อมั่นได้ การันตีด้านคุณภาพให้ทุกชิ้น

  สร้อยทอง 1 สลึง

วิกผม

สวยเป๊ะแบบมั่นใจเลือก วิกผมอย่างไรให้ดูดีเหมือนผมจริง

วิกผม ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้การเปลี่ยนลุคเปลี่ยนสไตล์การแต่งกายทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะการจะเปลี่ยนลุคนั้น บางครั้งจะเปลี่ยนแค่เสื้อผ้าการแต่งกายก็อาจจะไม่เพียงพอ ก็คงจะต้องมีการเปลี่ยนทรงผมให้รับกับใบหน้าและชุดที่สวมใส่ด้วย แต่การทำผมจะต้องใช้เวลามากพอสมควรจึงทำให้ไม่สะดวกเวลาเร่งรีบ วิกจึงเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับปัญหาแบบนี้

ถ้าคุณมองหาวิกผมผู้หญิงคุณภาพดี ดีไซน์สวย วิก intime แบบ Long wig เป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณเลย เพราะทักทอจากไหมเกรดพรีเมียมไม่มันเงา มีความใกล้เคียงผมแท้มากที่สุด ทนความร้อนได้มากถึง 180-200 องศา ไม่ว่าคุณจะตัดแต่งทรง ดัด ม้วน หนีบก็ทำได้สบายโดยไม่ต้องกังวลว่าเส้นผมที่ทำจากไหมจะเสีย นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ขอแนะนำเลย

ส่วนใครที่ยังลังเลไม่รู้ว่าจะเลือกวิกผมผู้หญิงแบบไหนอย่างไรดี เพราะไม่เคยใส่วิกเลย จึงเลือกไม่ค่อยถูก ไม่ต้องกังวล เรามีคำแนะนำดี ๆ ในเรื่องนี้มาฝาก

1.พิจารณาเลือกชนิดของวิกก่อนเป็นเรื่องแรก

ก่อนอื่นเลยคุณจะต้องรู้ก่อนว่าวิกผมที่มีวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดนั้น จะมีอยู่ 2 แบบ คือ

· วิกแท้

· วิกเทียม

ในเรื่องของคุณสมบัติแล้วภาพรวมจะแทบไม่ต่างกัน หากเป็นในสมัยก่อนวิกเทียมนั้นอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตและการทักทอดีขึ้นมาก ทำให้วิกเทียมที่ทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์นั้นมีความคล้ายกับผมจริงและดูเงางามไม่ต่างจากผมแท้เลยทีเดียว

แต่ถึงอย่างไรความแตกต่างระหว่างวิกแท้กับวิกเทียมก็ยังมีอยู่ ก็คือ ถ้าเป็นวิกแท้จะสามารถสระไดร์ ดัดและทำสีได้ ส่วนวิกเทียมแม้จะดัดไดร์ได้แต่จะทำสีไม่ได้ อีกทั้งเรื่องอายุการใช้งานวิกแท้ก็จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า คือ สามารถอยู่ได้ 5 – 7 ปีในแบบที่ผมไม่พันกันเลยทีเดียว ส่วนวิกเทียมอายุการใช้งานจะสั้นกว่านั้น แต่เรื่องราคาก็จะถูกกว่าตรงนี้จึงเป็นจุดแรกที่ต้องเลือก

2.วิกผม แบบติดกาวหรือไม่ติดกาวดี

นอกจากวิกแท้และเทียมแล้ว ก็ยังมีรูปแบบแยกย่อยให้เลือกอีกนั่นคือวิกแบบติดกาวกับแบบไม่ติดกาว

วิกติดกาว 

สวมใส่แล้วจะดูเสมือนผมจริงมากกว่า ใส่แล้วสวยเป๊ะแบบมั่นใจได้ เพราะถ้าไม่ดูแบบจับผิดล่ะก็ แทบจะมองไม่ออกเลยว่าใส่วิก การสวมใส่ใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก แต่ก็จะมีจุดด้อยในเรื่องของราคาวิกแบบนี้ราคาจะค่อนข้างสูง โดยจะมีราคาประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป ถ้าแบบดี เกรดพรีเมียมระดับหลักหมื่นบาทก็ยังมี

แบบสวมครอบ

แบบนี้ก็จะเป็นวิกแบบไม่ติดกาวใช้สวมครอบศีรษะไปเลย วิกแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นวิกเทียมทำจากเส้นใยสังเคราะห์ หาซื้อง่ายและราคาถูก ราคาเริ่มต้นก็อยู่ที่ประมาณ 400 บาทขึ้นไป ส่วนดีไซน์ในปัจจุบันก็มีดีไซน์ทรงผมให้เลือกแทบทุกแบบ เวลาสวมใส่ใช้งานก็ง่ายมากแค่สวมครอบเข้าไปก็เป็นอันจบ แต่ก็จะมีข้อเสียตรงที่จะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติและมักจะไม่ค่อยทนความร้อนมากนัก

วิกผม แบบครึ่งศีรษะ

เป็นวิกผมแบบไม่ติดกาวอีกแบบหนึ่ง วิกแบบนี้จะเหมาะสำหรับคนที่ผมน้อยผมบาง ใช้สำหรับเสริมผมให้ดูหนาขึ้น วิธีการสวมใส่ก็จะใช้เสริมผมเป็นจุด ๆ กันไปตรงไหนผมน้อยผมบางก็สวมทับปิดบริเวณนั้น ทำให้ผมดูหนาขึ้น ในส่วนของราคาวิกแบบนี้ราคาก็ไม่แพง หาซื้อก็ง่าย ราคาเริ่มต้นโดยเฉลี่ยมักจะอยู่ที่ 500 บาทขึ้นไป ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่แก้ปัญหาเรื่องผมให้เราได้

หลัก ๆ แล้วก็มี 2 ประเด็นที่จะต้องพิจารณาเวลาที่จะเลือกซื้อวิกผม ถ้าเลือกชนิดเลือกรูปแบบได้ตรงและเหมาะสมกับตนเองแล้วล่ะก็ จะทำให้ลุคคุณดูดีขึ้นได้ ทำให้คุณมั่นใจในการแต่งกายมากขึ้น ใครอยากเปลี่ยนลุคแบบฉับไวก็ทำได้ทันใจไม่ต้องเสียเวลาทำผม ส่วนใครที่มีปัญหาในเรื่องผมน้อยผมบาง ก็จบทุกปัญหาได้ในคราวเดียว เลือกตามคำแนะนำนี้รับรองสวยเป๊ะมั่นใจได้ทุกงานแน่นอน วิกผม

ชุดว่ายน้ำ

เล่นน้ำอย่างไรไม่ให้ผิวเสีย? เลือก ชุดว่ายน้ำ อย่างไรให้ดีต่อผิวของสาว ๆ 

ชุดว่ายน้ำ เป็นเครื่องแต่งกายที่จำเป็นในการเล่นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำหรือทะเล โดยที่นิยมใส่ก็มีหลายประเภทด้วยกัน ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าชอบแบบไหน สำหรับใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวและกำลังสนใจอยู่เราจะพาไปเลือกชมกันว่าแบบไหนที่เหมาะสำหรับหุ่นของสาว ๆ ใส่แล้วช่วยพรางหุ่นและช่วยปกป้องผิวของสาว ๆ จากแสงแดดได้

ประเภทของชุดว่ายน้ำ แบบไหนที่เป็นที่ถูกใจสำหรับสาว ๆ 

ชุดว่ายน้ำวันพีช 

Bandeau เป็นบราแบบไร้สายหรือเกาะอก ช่วงขาเว้าขึ้นสูงเพื่อที่ใส่แล้วเอวจะได้ดูเล็กลง เอวคอด

Boy Leg เป็นบรามีสายแบบกางเกงที่ออกแบบมาให้กางเกงว่ายน้ำยาวมาถึงต้นขา เพื่อช่วยอำพรางหุ่นช่วยให้สะโพกดูเล็กลง

Monokini เป็นบราแบบมีสายที่มีจุดเด่นตรงช่วงหน้าท้องและเอวที่จะมีการออกแบบมาให้มีส่วนเว้าส่วนโค้งเพื่อให้ดูเซ็กซี่ขึ้น

Classic Tank เป็นชุดสายเดี่ยวที่ดูเรียบ ๆ เมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ แต่แอบเซ็กซี่ตรงช่วงหน้าอกที่แอบเว้าเพื่อให้ดูเซ็กซี่

Princess Seam เป็นชุดมีสายที่เพิ่มลูกเล่นเข้ามาที่บริเวณแถบข้างของชุดทางด้านหน้าโดยเย็บเป็นตะเข็บเว้าเข้าเพื่อช่วยให้รูปร่างเพรียวขึ้น

Skater Skirt เป็นบราเกาะอกแบบกระโปรงที่มีความน่ารัก เหมาะสำหรับสาวหวาน

Empire Waist เป็นบราแบบมีสายที่ออกแบบมาให้ช่วงลำตัวดูยาวขึ้นด้วยการเย็บเป็นแนวขวางที่ใต้หน้าอก

Surplice เป็นชุดแบบทแยงข้างที่ด้านหนึ่งเป็นบราอีกด้านทแยงเข้ามาเพื่อช่วยอำพรางหุ่น

ทูพีช

Sport Bra เป็นชนิดที่สาว ๆ คุ้นเคยกันดี ออกแบบมาให้เก็บกระชับทรงของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี ส่วนกางเกงว่ายน้ำจะยาวลงมาปิดสะโพกได้

Triangle เป็นบราแบบมีสายทรงสามเหลี่ยม ใส่คู่กับกางเกงว่ายน้ำเอวสูง

Bandeau เป็นบราเกาะอกแบบไร้สาย ใส่คู่กับกางเกงว่ายน้ำขาสั้น

Ballet Bra เป็นบราเกาะอกแบบมีสายดีไซน์เรียบ ใส่คู่กับกระโปรงว่ายน้ำที่มีกางเกงด้านใน

Tankini มีลักษณะเหมือนเสื้อสายเดี่ยวแบบเต็มตัว ใส่กับกางเกงว่ายน้ำได้ทุกแบบ

Halter เป็นบราแบบคล้องคอ ด้านหลังมีเชือกผูกปรับระดับได้ ใส่คู่กับกางเกงว่ายน้ำเว้าสูง

Underwire เป็นบรามีสายแบบมีโครงเก็บทรง ใส่คู่กับกางเกงว่ายน้ำเว้าสูงแบบผูกเชือกด้านข้าง

Molded Bra เป็นบรามีสายแบบมีฟองน้ำ ใส่กับกางเกงว่ายน้ำทรงเว้าแบบสายเล็ก

แบบแขนยาว

เป็นชุดว่ายน้ำแบบแขนยาวที่สาว ๆ สามารถเลือกใส่กับกางเกงว่ายน้ำแบบต่าง ๆ ได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นแบบขาสั้นหรือขายาว โดยข้อดีของชุดแบบยาวคือ ช่วยกันแดด ช่วยให้ไม่ร้อน และช่วยป้องกันผิวถูกขีดข่วนจากเปลือกหอย โขดหิน หรืออื่น ๆ ได้

เคล็ดลับการเลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับตัวเองและดีต่อผิว

เลือกจากประเภท เพราะมีหลายประเภท หากชอบแบบไหนก็สามารถเลือกจากประเภทที่ชอบและเหมาะสมกับการใช้งานกันได้เลย เช่น การเลือกชุดแบบยาวสำหรับใส่ดำน้ำ

เลือกทรงที่เข้ากับหุ่นของตัวเอง ควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับสรีระของตัวเองเพื่อช่วยอำพรางหุ่น ช่วยให้ใส่แล้วดูสวยและช่วยเพิ่มความมั่นใจได้

เลือกเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ควรเลือกชุดที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายหรือผ้า cotton 100 % เพราะระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่น ใส่แล้วไม่ร้อน ช่วยให้รู้สึกสบายตัว และแห้งเร็ว

เลือกชนิดที่ช่วยป้องกันรังสียูวีได้ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ใส่เล่นน้ำกลางแจ้งควรเลือกชุดที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสียูวีได้ เพราะนอกจากจะไม่ดูดแสงแล้วยังทำให้รู้สึกเย็นสบายผิวด้วย และหากใครที่เลือกชุดว่ายน้ำวันพีชหรือแบบทูพีชก็อย่าลืมทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50+ และ PA ก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 นาทีเพื่อป้องกันแสงยูวี

จะเห็นว่าชุดว่ายน้ำนั้นมีให้เลือกหลายแบบเลย ก่อนจะใส่ไปทริปไหนก็อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับหุ่นของสาว ๆ เพราะหากเลือกได้ถูกประเภทก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาว ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นสาวหุ่นไหนก็ใส่สวย ชุดว่ายน้ำ

น้ำหอมผู้ชาย

หนุ่ม ๆ ต้องรู้! น้ำหอมผู้ชาย แบบไหนที่ติดทนนาน ฉีดตรงไหนถึงจะหอมได้นานตลอดวัน?

เชื่อว่าใคร ๆ ก็คงอยากมีกลิ่นตัวที่หอมด้วยกันทั้งนั้น เพราะการมีกลิ่นกายที่หอมเป็นการเพิ่มความมั่นใจได้อย่างหนึ่ง ทำให้ใครก็อยากอยู่ใกล้ สำหรับหนุ่ม ๆ คนไหนที่ชอบ น้ำหอมผู้ชาย หรือกำลังมองหาน้ำหอมแบบไหนอยู่เราก็มีเคล็ดลับในการเลือกซื้อน้ำหอมมาบอกกันเพื่อให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น รวมถึงการใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อให้หนุ่ม ๆ ตัวหอมได้ตลอดวัน

5 ประเภทของน้ำหอมผู้ชายที่หนุ่ม ๆ ควรรู้ก่อนซื้อ!

1. Eau Fraiche เป็นชนิดที่มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมน้อยที่สุด มีอยู่ 1 – 3% เท่านั้นเอง กลิ่นหอมได้ประมาณ 1 ชั่วโมง

2. Eau de Cologne หรือ EDC มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมอยู่ 2 – 4% ให้กลิ่นหอมได้ 2 – 4 ชั่วโมง

3. Eau de Toilette หรือ EDT มีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 5 – 15% ให้กลิ่นหอม 3 – 5 ชั่วโมง เป็นชนิดที่ค่อนข้างที่นิยม

4. Eau de Parfum หรือ EDP  มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมอยู่ที่ 15 – 20% หอมนาน 6 – 10 ชั่วโมง เป็นชนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุดเพราะไม่เข้มข้นเกินไปและหอมได้ค่อนข้างนาน เหมาะสำหรับการฉีดก่อนออกจากบ้าน เช่น ไปทำงาน เพราะโดยปกติแล้วเรามักจะออกไปทำงานกันประมาณวันละ 7 – 10 ชั่วโมง ทำให้หอมได้ตลอดวันโดยไม่ต้องฉีดเพิ่ม

5. Parfum หรือ Perfume เป็นชนิดที่มีความเข้มข้นสูง มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมมากถึง 20 – 40% ให้กลิ่นหอมได้นาน 12 – 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว แต่ในการฉีดจะต้องระวังเป็นพิเศษเพราะมีความเข้มข้นสูง อาจทำให้กลิ่นแรงเกินไปได้

อยากตัวหอมต้องรู้? ตำแหน่งการฉีดน้ำหอมที่จะทำให้หนุ่ม ๆ ตัวหอมได้ตลอดวัน

จุดชีพจรทั้ง 3 เคล็ดลับในการฉีดน้ำหอมผู้ชาย ติดทนนานนั้นไม่ยาก คือการเลือกฉีดในตำแหน่งชีพจรต่าง ๆ ของร่างกายเพราะเป็นจุดที่มีอุณหภูมิสูง เมื่อเลือดไหลเวียนในตำแหน่งชีพจรจะทำให้ความหอมเกิดการกระจายตัวและทำติดทนนานขึ้น ซึ่งแต่ละคนจะให้กลิ่นหอมที่ไม่เหมือนกันแม้ว่าจะใช้น้ำหอมกลิ่นเดียวกันก็ตาม แต่จะให้กลิ่นที่แตกต่างกันออกไปตามจังหวะชีพจรของแต่ละคน ส่วนในจุดชีพจรทั้ง 3 ที่เราพูดถึงนี้ก็คือ หลังใบหู ข้อมือ และข้อพับแขนหรือขา

สะดือ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยกระจายความหอมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในผู้ชายที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าสาว ๆ ทำให้การฉีดน้ำหอมที่บริเวณสะดือกระจายความหอมได้ดีและติดทนนานได้ไม่แพ้กันเลย

หัวไหล่และหน้าอก ที่หัวไหล่และหน้าอกของหนุ่ม ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีอุณหภูมิสูงเช่นกัน การฉีดน้ำหอมที่บริเวณหัวไหล่ทั้ง 2 ข้างหรือหน้าอกจะช่วยให้น้ำหอมกระจายตัวได้ดี

เคล็ดลับการฉีด น้ำหอมผู้ชาย ให้ติดทนนานจนใครก็ต้องเหลียวหลัง!

ฉีดหลังจากที่อาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ การฉีดน้ำหอมบนผิวที่มีความชุ่มชื้นจะช่วยให้น้ำหอมผู้ชาย ติดทนนานได้ดีกว่าการฉีดบนผิวที่แห้ง หลังจากที่หนุ่ม ๆ อาบน้ำและเช็ดตัวหมาด ๆ แล้วสามารถหยิบน้ำหอมมาฉีดตามจุดชีพจรต่าง ๆ ได้เลย

ทาโลชั่นก่อนฉีด หากใครฉีดหลังอาบน้ำไม่ทันการทาโลชันก่อนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวก็จะช่วยให้น้ำหอมติดทนนานได้เหมือนกัน 

ฉีดก่อนใส่เสื้อผ้า คนส่วนมากมักจะฉีดน้ำหอมหลังจากที่แต่งตัวเสร็จแล้ว แต่ความจริงแล้วการฉีดน้ำหอมให้ติดทนนานควรฉีดลงที่ผิวกายเพราะจะกระจายความหอมได้ดีกว่าและรักษาความหอมได้นานกว่า ส่วนหลังจากใส่เสื้อผ้าแล้วจะฉีดลงบนเสื้อผ้าอีกครั้งก็ได้

ฉีดกลางอากาศ ควรฉีดน้ำหอมกลางอากาศแล้วนำตัวเข้าไปรับละอองน้ำหอม จะช่วยให้น้ำหอมกระจายตัวออกได้ทั่วถึงกว่า

ฉีดให้หอมทั้งหน้าและหลัง ส่วนมากแล้วเรามักจะฉีดกันที่ตำแหน่งทางด้านหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าอยากให้คนที่เดินสวนและคนที่เดินตามได้กลิ่นควรฉีดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง คือฉีดที่บริเวณต้นคอด้วย

สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบน้ำหอมก็อย่าลืมเลือกซื้อน้ำหอมผู้ชายกันให้ถูกประเภท และ ใช้งานอย่างถูกวิธี เพื่อเป็นเคล็ดลับให้มีกลิ่นหอมติดตัวได้นานขึ้น ส่วนการเลือกกลิ่นก็สามารถเลือกตามสไตล์หรือตามโอกาสการใช้งานของหนุ่ม ๆ ได้เลย

น้ำหอมผู้ชาย