zara

zara เจ้าแม่แฟชั่นระดับโลกที่ยืนหนึ่งในทุกฤดูกาล

หากพูดถึงแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกเชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก zara ในนาทีนี้ เพราะมีสาขาทั่วโลกกว่า 2,232 สาขาใน 93 ประเทศทั่วโลกจนกลายเป็นเจ้าแม่แห่งแฟชั่นได้อย่างรวดเร็ว แต่เส้นทางของซาร่าก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเพราะได้เริ่มจากเด็กหนุ่มชาวสเปนชื่อ Amancio Ortega อายุเพียง 14 ปีฐานะยากจนที่ได้ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนและไปทำงานรับจ้างเย็บผ้า และด้วยความที่มีความรู้ติดตัวมาพอสมควรและอยากสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองจึงได้ก่อตั้งบริษัท Confecciones Goa ขึ้นในปี 1972 ต่อมาในปี1975 จึงได้เปิดร้านเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นเป็นครั้งแรกโดยตั้งใจว่าจะใช้ชื่อว่า “Zorba” เนื่องจากชอบภาพยนตร์เรื่อง Zorba the Greek จึงอยากนำมาตั้งเป็นชื่อร้าน แต่กลับไม่เป็นอย่างที่หวังเพราะในย่านนั้นมีคนใช้ชื่อ “Zorba” ไปแล้ว และด้วยความที่เขาซื้อตัวอักษรต่าง ๆ มาแล้วเขาจึงได้เปลี่ยนชื่อร้านเป็น zara ที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ จากเด็กหนุ่มที่ยากจนในตอนนั้น ตอนนี้ Amancio Ortega ก็ได้กลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในทวีปยุโรปไปแล้ว

ส่องธุรกิจซาร่า อะไรที่ทำให้คนเดินเข้าร้านมากที่สุดและขึ้นแท่นเป็นเจ้าแม่แฟชั่นระดับโลกได้?

เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ มีสาขาอยู่ทั่วโลก กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ เพราะมีสาขาอยู่มากถึง 93 ประเทศทั่วโลก จึงสามารถเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่และครอบคลุมทั่วโลก ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว โดยการเติบโตของซาร่าก็ได้เริ่มจากโปรตุเกส ต่อด้วยมหานครนิวยอร์ก และต่อด้วยกรุงปารีสที่ล้วนเป็นเมืองแห่งแฟชั่นระดับโลก ทำให้ซาร่า ไปต่อได้แบบสบาย ๆ และตามเปิดสาขาไปยังประเทศต่าง ๆ ส่วนสาขาในประเทศไทยได้เข้ามาเปิดในปี 2006 

มีสินค้าออกใหม่ทุกอาทิตย์ ไม่ใช่แค่การออกสินค้าใหม่ทุกอาทิตย์แต่ในหนึ่งอาทิตย์ยังออกสินค้ามามากถึง 2 ครั้ง เพื่อให้ตามกระแสได้ทันอยู่ตลอดเวลา โดยสินค้าที่ออกมาแต่ละอาทิตย์นั้นก็ใช้เวลาการออกแบบและผลิตเพียงแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้นเอง ทำให้เราได้เห็นคนเต็มซาร่ากันอยู่เสมอ 

สินค้าแต่ละคอลเลกชันไม่ได้มีขายตลอดปี สินค้าที่วางจำหน่ายแต่ละอาทิตย์บางคอลเลกชันอาจไม่ได้มีขายตลอดทั้งปี เพราะอยากให้คนเข้ามาเลือกซื้อในช่วงที่ออกใหม่มากกว่า เมื่อมีสินค้าออกใหม่หลายคนจึงไปซาร่าเพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่ชอบก่อนที่ของหมด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หรือ น้ำหอม 

ทันกระแส ทันใช้ ถูกใจคนชอบความทันสมัย เพราะแฟชั่นเป็นเรื่องที่มาเร็วและไปเร็ว ซาร่าจึงได้ใช้ดีไซน์เนอร์หลายร้อยชีวิตในการออกแบบเพื่อให้ได้สินค้าที่ทันสมัยและทันกระแสอยู่ตลอด เรียกว่าอะไรฮิตซาร่าก็จัดให้หมด สามารถเดินเข้ามาเลือกซื้อได้เลย ทำให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี 

เพราะไม่โฆษณาเลยต้องมาดูด้วยตัวเอง หากลองสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าซาร่าแทบจะไม่มีโฆษณาให้เห็นเลย เป็นเพราะว่าได้ลงทุนกับการโฆษณาอย่างอื่นมากกว่า อย่างที่บอกว่ามีหลายพันสาขาอยู่ทั่วประเทศ และในแต่ละสาขาก็สามารถใช้พื้นที่โฆษณาได้ จึงใช้ช่างภาพชื่อดังมาช่วยถ่ายภาพให้และใช้ในการโปรโมทแทน ซึ่งก็ถือว่าเป็นวิธีที่ดีไม่น้อยเลยเพราะช่วยเรียกความสนใจจากผู้ที่ผ่านไปผ่านมาได้

แต่ละประเทศมีสินค้าวางจำหน่ายไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นร้านเดียวกัน แต่ละประเทศมีสินค้าที่วางจำหน่ายไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละประเทศมีภูมิอากาศไม่เหมือนกันทำให้การสวมใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนกันด้วย โดยเฉพาะสาขาในต่างประเทศที่เน้นจำหน่ายเสื้อโค้ทตัวยาว เสื้อขนเป็ด หรือเสื้อกันหนาว แต่ในบ้านเราที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปีจึงไม่ค่อยได้เห็นเสื้อกันหนาวหนา ๆ สักเท่าไหร่แต่จะเน้นเสื้อผ้าที่ใส่สบายมากกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงต้องบินไปเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ต่างประเทศนั่นเอง

ลดราคาปีละ 2 ครั้ง สินค้าของซาร่าจะมีการจัดโปรโมชันลดครั้งใหญ่ปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ช่วงกลางปีในเดือนมิถุนายนและช่วยสิ้นปีในเดือนธันวาคม 

ด้วยการทำธุรกิจแบบหว่านล้อมและทันใจลูกค้านี้เองที่ทำให้ซาร่า ได้รับความนิยมไปทั่วโลก หากใครสนใจและอยากเข้าไปเลือกชมเสื้อผ้าหรือ  น้ำหอม ก็ไปได้ที่สาขาใกล้บ้านหรือเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ zara

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *