Anessa

จะรู้ได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์กันแดดของ Anessa สูตรไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง?

Anessa เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์กันแดดจากประเทศญี่ปุ่นที่มียอดขายอันดับ 1 มานานถึง 21 ปีซ้อน เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์กันแดดชั้นนำที่มีจุดกำเนิดขึ้นในปี 1992 โดย Shiseido Group ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และได้คิดค้นผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด โดยจุดเด่นคือ มีคุณสมบัติ Aqua Booster EX ที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวจากเหงื่อและน้ำ ทำหน้าที่เคลือบผิวเอาไว้เพื่อช่วยให้กันแดดคงประสิทธิภาพอยู่บนผิวได้นานที่สุดและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำหรับใครที่กำลังมองหากันแดดของอเนสซ่าอยู่ แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกใช้สูตรไหนดี เราไปดูกัน

Anessa มีสูตรไหนให้เลือกบ้าง แต่ละสูตรเหมาะสำหรับคนผิวแบบไหน?

· สูตรอ่อนโยน เป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด สำหรับคนผิวบอบบางแพ้ง่าย เด็กสามารถใช้ได้ ปราศจากแอลกอฮอล์ การแต่งสี และน้ำหอม เป็นกันแดดเนื้อน้ำนม บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้เร็ว ไม่ทิ้งคราบ เป็นกันแดดที่ติดทนนานเพราะมีเทคโนโลยี Aqua Booster EX เป็นเกราะป้องกันผิว สามารถทาก่อนเล่นน้ำได้ ช่วยปกป้องผิวได้ดีทั้งบนบกและในน้ำ

· สูตรสำหรับคนผิวมัน เป็นกันแดดเนื้อเจลที่ช่วยในเรื่องการควบคุมความมันโดยเฉพาะ เพราะคนที่มีผิวมันจะเหมาะสำหรับกันแดดที่มีเนื้อเจลหรือแบบน้ำ เพราะจะซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว และช่วยลดความมันส่วนเกินระหว่างวันได้

· สูตรกันน้ำ กันเหงื่อ เป็นกันแดดแบบเนื้อน้ำนมที่มีเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว เช่น สูตร Essence Sunscreen Milk ที่ช่วยเคลือบผิวและกันน้ำกันเหงื่อได้ เหมาะสำหรับคนที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งหรือทำกิจกรรมทางน้ำ

· สูตร Brightening เป็นกันแดดเนื้อเจลที่ช่วยบำรุงผิวและช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น เช่น สูตร Brightening UV Gel ที่มีส่วนผสมของคอลาเจน ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) และสารสกัดจากชาเขียนที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น

· สูตรเย็น เป็นสเปรย์กันแดดเนื้อโฟม ที่เพียงเริ่มใช้ความเย็นก็จะทำงานในทันที เป็นกันแดดที่เหมาะสำหรับคนที่ออกแดดบ่อย ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้ ฟองครีมนุ่ม เกลี่ยง่าย ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว อีกทั้งกันแดดสูตรนี้ยังมีเทคโนโลยี Aqua Booster EX ที่ช่วยบล็อกผิวและยังกันน้ำกันเหงื่อได้อีกด้วย

เคล็ดลับในการเลือกซื้อ อเนสซ่า ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง?

· เลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิว เช่น เป็นคนผิวมัน ควรเลือกกันแดด Anessa สูตรที่ช่วยควบคุมความมันและป้องกันความมันส่วนเกินไป เพราะแต่ละสูตรจะมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน

· เลือกจากค่า SPF สำหรับใครออกแดดบ่อยควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF50+ PA++++ เพราะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB ได้ เนื่องจากเป็นรังสียูวีที่ก่อให้ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ แต่สำหรับใครที่ออกแดดไม่บ่อย ควรเลือกกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีและแสงสีฟ้าจากหน้าจอต่าง ๆ เช่น SPF35 PA+++ 

· เลือกสูตรที่มีเทคโนโลยี Aqua Booster EX เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดแม้ว่าผิวจะเปียกน้ำก็ตาม เพราะโดยปกติแล้วหากผิวเปียกน้ำกันแดดจะระเหยออกไปด้วย ทำให้มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวลดลง แต่เทคโนโลยี Aqua Booster EX สามารถเป็นเกราะป้องกันผิวโดยบล็อคผิวไว้ไม่ให้เนื้อกันแดดหลุดออกแม้จะลงเล่นน้ำ และเมื่อขึ้นจากน้ำแล้วก็ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดต่อได้อีกนานถึง 80 นาทีเลยทีเดียว

· เลือกสูตรที่กันน้ำกันเหงื่อได้ สำหรับคนที่เหงื่อออกง่าย ออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งควรเลือกสูตรที่มีคุณสมบัติกันน้ำกันเหงื่อได้ เพื่อช่วยให้ปกป้องผิวจากแสงแดดได้นานขึ้น ไม่ต้องคอยเติมระหว่างวัน

· เลือกจากคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น มีมอยเจอไรเซอร์ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น, ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย, เป็น BB Cream ใช้เป็นไพรเมอร์ก่อนแต่งหน้าได้, สามารถทาได้ทั้งใบหน้าและลำตัว

สำหรับใครที่สนใจสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด สูตรที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองมาใช้กันได้ เป็นกันแดดที่ไม่ได้ทำหน้าที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดเพียงอย่างเดียวแต่ยังช่วยบำรุงผิวให้มีสุขภาพดีขึ้นด้วย

Anessa

เครื่องหนีบผม Super V

ทำไม เครื่องหนีบผม Super V ถึงเป็นเครื่องหนีบผมที่ช่างทำผมส่วนใหญ่เลือกใช้?

หากใครที่เข้าร้านทำผมบ่อย ๆ เชื่อว่าจะต้องเห็น เครื่องหนีบผม Super V ผ่านตากันมาบ้างแล้ว เพราะเป็นเครื่องหนีบผมที่ช่างทำผมส่วนใหญ่เลือกใช้ เพราะ ซุปเปอร์วี มีคุณสมบัติที่น่าใช้งานหลายอย่าง เป็นเครื่องหนีบผมที่ใช้แผ่นความร้อนเคลือบเซรามิก ทำให้ผมรีดเรียบ ตรงสวย และกระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เวลาใช้งานแล้วไม่เจ็บศีรษะ ไม่กินผม ทำความร้อนได้เร็วในเวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้นเอง

เครื่องหนีบผม Super V แบบมีฟันและแบบไม่มีฟันต่างกันอย่างไร?

· แบบมีฟัน คือที่หนีบผม Super V ที่มีฟันอยู่ด้านข้างของเครื่องหนีบทั้ง 2 ข้าง มีลักษณะเป็นฟันซี่เล็ก ๆ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ผมพันกันขณะใช้งาน ช่วยให้ผมเรียงตรงสวย รีดง่ายไม่ต้องคอยหวีผมตลอดเวลา เป็นฟังก์ชันที่มีมากับที่หนีบผม Super V เกือบทุกรุ่น

· แบบไม่มีฟัน คือรุ่นที่ขอบด้านข้างทั้ง 2 ข้างของตัวเครื่องออกแบบมาผิวเรียบเสมอกัน จะมีเพียงแผ่นทำความร้อนเท่านั้น ข้อดีคือ กะทัดรัด มีความสวยงาม ใช้ง่าย แต่มีโอกาสที่ผมจะพันกันได้ 

ที่หนีบผม ซุปเปอร์วี แต่ละขนาดเหมาะสำหรับผมแบบไหน?

· สำหรับคนผมสั้น เป็นเครื่องหนีบผม Super V  ที่มีขนาดเล็ก มีหน้ากว้าง 3 x 10 เซนติเมตร ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับคนผมสั้นโดยเฉพาะ ช่วยให้รีดง่าย รีดผมได้อย่างทั่วถึงตั้งแต่โคนจรดปลาย ไม่เกะกะ เหมาะสำหรับคนที่ผมสั้นไม่เกินท้ายทอย

· สำหรับคนผมสั้น – ผมยาว สำหรับใครที่มีผมไม่ยาวมาก หรือผมยาวประบ่า เหมาะสำหรับรุ่นที่มีหน้ากว้าง 3.5 x 10 เซนติเมตร เพราะจะมีแถบหนีบผมที่ใหญ่ขึ้น ช่วยให้หนีบผมได้เร็วขึ้น

· สำหรับคนผมยาว เหมาะสำหรับรุ่นที่มีหน้ากว้าง 4 x 10 เซนติเมตร เพราะจะช่วยให้เก็บผมได้ดีกว่า หนีบง่าย ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เสร็จแล้ว หากเลือกรุ่นที่มีหน้าแคบจะทำให้เก็บผมได้ปริมาณต่อครั้งน้อยกว่า และต้องใช้เวลาหนีบผมที่เพิ่มขึ้น

· สำหรับคนผมยาว – ผมหนามาก เหมาะสำหรับรุ่นที่มีหน้ากว้างมากเป็นพิเศษ ขนาด 6 x 10 เซนติเมตร ที่ออกแบบมาสำหรับคนผมหนาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เก็บผมได้มากขึ้นและหนีบเร็วขึ้น

การใช้ ที่หนีบผม Super V อย่างถูกวิธี ใช้อย่างไรไม่ให้ผมเสีย?

· ไม่หนีบผมตอนผมเปียก สิ่งสำคัญในการใช้เครื่องหนีบผม Super V เลยก็คือ ไม่ควรหนีบผมตอนที่ผมยังไม่แห้งดีหรือยังเปียกอยู่ เพราะเมื่อเส้นผมที่ยังไม่แห้งเจอกับความร้อนจากตัวเครื่องจะทำให้เกิดการไหม้ ทำให้ผมเสียได้

· ใส่ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนก่อนหนีบผม เพื่อช่วยป้องกันผมจากความร้อน เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีสารเคลือบเส้นผมอยู่ จึงช่วยป้องกันผมไม่ให้เสียจากความร้อนได้

· หวีผมก่อนหนีบ เพื่อให้ผมเรียงตัวสวยและหนีบได้ง่ายขึ้น หากไม่หวีผมก่อนจะทำให้ผมพันกัน เมื่อหนีบผมโดยใช้ความร้อนลงไปจะทำให้เส้นผมที่พันกันโดนความร้อนและเสียง่าย

· แบ่งช่อผมก่อนหนีบ ควรแบ่งผมเป็นช่อเล็ก ๆ เพื่อช่วยให้หนีบได้ง่ายขึ้น ไม่ควรหนีบผมช่อใหญ่เกินไปเพราะจะทำให้ความร้อนไม่ทั่วถึงและผมไม่ตรงสวยเสมอกัน

· เลือกอุณหภูมิให้เหมาะกับสภาพผม สำหรับผมบอบบาง ผมแตกปลาย ผมทำสี หรือผมทำเคมี ควรเลือกใช้อุณหภูมิ 160 องศาเซียลเซียส ไม่ควรเลือกใช้ไฟแรงเกินไปเพราะจะทำให้ผมเสียได้ง่าย ส่วนคนผมธรรมดาเหมาะสำหรับอุณหภูมิ 180 องศาเซียลเซียส

· ไม่หนีบติดโคนผมจนเกินไป ควรหนีบให้ห่างโคนผมอย่างน้อย 1 – 2 นิ้ว เพราะหากหนีบใกล้เกินไปจะทำให้โคนผมเจอความร้อนสูง ทำให้หนังศีรษะและเส้นผมไม่แข็งแรง ขาดง่าย

· ไม่ควรหนีบแช่ไว้นานเกินไป ควรหนีบไล่ลงจากบนลงล่างอย่างช้า ๆ ไม่ควรหนีบแช่ไว้นานเกิน 3 วินาที เพราะจะทำให้ผมไหม้ขาดได้

สำหรับใครที่อยากผมตรงสลวยเหมือนที่ร้านทำผมหนีบให้ ก็สามารถหาซื้อที่หนีบผม Super V รุ่นที่เหมาะกับสภาพผมของตัวเองมาใช้กันได้ สามารถหนีบเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เลือกปรับอุณหภูมิได้หลายระดับ ใช้งานง่าย ผมสวยได้ในไม่กี่นาที

เครื่องหนีบผม Super V

น้ำหอม Dior

เคล็ดลับการเลือกซื้อ น้ำหอม Dior ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองและหอมติดทนนาน

หากพูดถึงน้ำหอมที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็ต้องเป็น น้ำหอม Dior เพราะมีประวัติยาวนานมากว่า 76 ปี โดย Christian Dior ได้เริ่มเปิดตัวน้ำหอมกลิ่นแรกขึ้นในปี 1947 ชื่อว่า Miss Dior โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากน้องสาวของเขา เป็นกลิ่นที่ออกแบบขึ้นมาจากความรัก ความสุข และความสวยงาม ซึ่งน้ำหอมของเขาก็ได้รับความนิยมตั้งแต่เปิดตัว จวบจนถึงวันนี้ Dior ก็ยังคงไม่หยุดพัฒนาและได้ออกน้ำหอมซีรีส์ต่าง ๆ มากมายมาให้คนทั่วโลกได้สัมผัสกับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์

ประเภทของ น้ำหอม Dior และความเข้มข้นที่ควรรู้ก่อนซื้อ!

· Eau Fraîche น้ำหอม Dior ชนิดนี้จัดเป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นน้อยที่สุดของ Dior เพราะมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมเพียงแค่ 1 – 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เป็นน้ำหอมสำหรับฉีดใช้แบบชั่วคราวหรือต้องการเพิ่มความหอมให้กับเรือนร่างในช่วงหลังอาบน้ำหรือฉีดระหว่างวัน ให้กลิ่นหอมติดทนได้ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง

· Eau de Toilette (EDT) เป็นประเภทที่นิยมใช้ เพราะมีราคากลาง ๆ ไม่สูงจนเกินไป หอมติดทนได้ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมประมาณ 15 – 20 เปอร์เซ็นต์ เหมาะสำหรับการฉีดใช้งานแบบชั่วคราว เช่น การออกไปนอกบ้าน การไปร่วมงานต่าง ๆ ที่ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง

· Eau de Parfum (EDP) เป็นน้ำหอม ดิออร์ที่นิยมใช้เช่นกัน แต่จะมีราคาสูงกว่าแบบ EDT เพราะมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมมากกว่า อยู่ที่ 15 – 20 เปอร์เซ็นต์ หอมติดทนได้ประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง เป็นประเภทที่วัยทำงานส่วนใหญ่เลือกใช้ เพราะให้กลิ่นหอมได้ตลอดวัน ไม่ต้องคอยฉีดเพิ่ม

· Extrait de parfum เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงที่สุด มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมมากถึง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ ให้กลิ่นหอมนาน 8 – 12 ชั่วโมง หอมติดทนนานได้ตลอดทั้งวัน ชื่อ Extrait de parfum เป็นชื่อที่ทาง Dior เลือกใช้ แต่น้ำหอมประเภทนี้ยังใช้ชื่ออื่นอย่าง Parfum หรือ Pure fume ด้วย น้ำหอมประเภทนี้จะผลิตมาในขวดขนาด 0.5 oz หรือ 15 ml. เพื่อใช้แต้มตามบริเวณที่ต้องการ เพื่อให้กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไป

เคล็ดลับการเลือกซื้อ น้ำหอมดิออร์ ให้ได้กลิ่นที่ถูกใจและเข้ากับตัวเอง

· ควรลองน้ำหอมก่อนซื้อ เพื่อให้ได้กลิ่นที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ควรไปลอง น้ำหอมดิออร์ ด้วยตัวเองก่อนเลือกซื้อ เพราะน้ำหอมแต่ละกลิ่นจะมีดีเทลที่ต่างกันออกไป จึงควรไปลองดมด้วยตัวเองว่าชอบกลิ่นแบบไหน เพราะถ้าซื้อโดยไม่ได้ลองก่อนอาจทำให้ไม่ชอบกลิ่นนั้นได้

· อย่าตัดสินใจในทันที ไม่ควรตัดสินใจน้ำหอมกลิ่นนั้น ๆ ในทันที เพราะน้ำหอมจะให้กลิ่นได้ดีหลังจากที่ฉีดมาแล้ว 1 – 2 ชั่วโมง หากใครที่ได้ลองดมแล้วก็อย่าเพิ่งปัดตกไปซะก่อน แต่แนะนำว่าให้ฉีดใส่กระดาษเทสกลิ่นน้ำหอมกลับมาก่อน แล้วจึงค่อยลองดมใหม่อีกครั้ง ก็จะได้กลิ่นที่คล้ายกับการฉีดบนร่างกาย และอย่าลืมเขียนกำกับเอาไว้ด้วยว่าแต่ละกลิ่นมีชื่อเรียกว่าอะไร เพื่อจะได้เลือกซื้อถูกกลิ่น

· เลือกจากกลิ่นที่ชอบ หลังจากที่ได้กลิ่นที่ต้องการแล้ว ควรเลือกซื้อ น้ำหอม ดิออร์ ในกลิ่นที่ตัวเองชอบเป็นหลัก แม้อาจจะไม่ได้เป็นกลิ่นยอดฮิตหรือกลิ่นตามที่คนอื่นชอบแต่ก็ต้องไม่ลืมว่าคนที่ฉีดนั้นคือตัวเราเอง และเราจะได้กลิ่นนี้ไปตลอดทั้งวัน ซึ่งคงจะไม่ดีแน่หากฉีดแล้วไม่ชอบกลิ่นที่อยู่บนร่างกายของเราเอง

· เลือกจากความเข้มข้นของน้ำหอม ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะน้ำหอมแต่ละประเภทจะให้ความหอมได้ไม่เท่ากัน หากต้องการกลิ่นที่หอมติดนานตลอดวันควรเลือกน้ำหอมประเภท Eau de Parfum (EDP) เพราะจะหอมได้นานกว่า แต่หากต้องการใช้ระหว่างวันเหมาะสำหรับแบบ Eau de Toilette (EDT) หรือแบบ Eau Fraîche

· เลือกจากขนาด หากต้องการแบบพกติดตัวที่เหมาะสำหรับการเดินทางหรือหยิบมาใช้งานระหว่างวันได้ เหมาะสำหรับขนาด 5 ml., 30 ml. และ 50 ml. เพราะมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป แต่หากต้องการขนาดใหญ่แบบคุ้มค่า เหมาะสำหรับขนาด 100 ml. หรือขนาดใหญ่ที่สุด 150 ml.

น้ำหอมดิออร์ เป็นน้ำหอมที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอม มีให้เลือกทั้งกลิ่นสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย สามารถเลือกใช้ได้ทุกวัย ทุกโอกาส ส่วนการฉีดน้ำหอม ควรฉีดบริเวณข้อมือ ข้อพับ หลังใบหู ซอกคอ เพราะเป็นตำแหน่งที่ใกล้กับจุดชีพจร จะให้กลิ่นที่หอมยาวนานกว่า

น้ำหอม Dior

ออยล์สำหรับเด็ก

รู้หรือไม่ ผู้ใหญ่ก็ใช้ ออยล์สำหรับเด็ก ได้ แถมได้ประโยชน์เพียบ!

ออยล์สำหรับเด็ก หรือที่หลาย ๆ คนเรียกกันว่า เบบี้ออยล์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการดูแลลูกน้อยของพ่อแม่ยุคใหม่จริง ๆ เพราะเพียงขวดเดียวนั้น อุดมไปด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยบำรุงผิวเด็กให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ทำให้ผิวของเด็กแข็งแรง ไม่แพ้ง่าย จบในขั้นตอนเดียว ที่สำคัญยังไม่มีส่วนผสมที่ทำลายผิวอีกด้วย จึงเหมาะกับผิวเด็กและคนที่มีผิวเปราะบาง แพ้ง่ายนั่นเอง

ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ก็สามารถใช้ออยล์สำหรับเด็กบำรุงผิวได้เช่นกัน สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันได้ทั้งครอบครัว แถมยังมีประโยชน์มากมายที่คุณคาดไม่ถึง…

· ใช้เช็ดเครื่องสำอาง : โดยเทเบบี้ออยล์ลงบนสำลี แล้วเช็ดเครื่องสำอาง ฝุ่น และมลภาวะที่คุณเจอมาระหว่างวันออกให้หมด โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่ต้องการความอ่อนโยนเป็นพิเศษ การใช้ออยล์เช็ดเครื่องสำอางออก ก็จะดีกว่าการใช้คลีนเซอร์ทั่วไป ดังนั้น ออยล์จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าของคุณอย่างอ่อนโยน ก่อนการล้างหน้าในขั้นตอนถัดไป 

· ใช้เติมความชุ่มชื้นให้ผิว : หลังอาบน้ำคุณสามารถใช้ออยล์ทาบาง ๆ ทั้งที่ผิวหน้าและผิวกายได้ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวช่วงตอนกลางคืนที่มีอากาศเย็น หรือต้องนอนห้องแอร์ทั้งคืน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวคุณแห้งได้ง่าย ๆ นั่นเอง 

· สปาผิวได้ง่าย ๆ : โดยการหยดออยล์สำหรับเด็ก ลงในอ่างอาบน้ำ จะช่วยบำรุงผิวให้คุณไปในตัวได้ดีมาก
คุณสามารถนอนแช่น้ำอุ่น เพื่อสปาผิวแบบฟิน ๆ ได้ด้วยการเลือกกลิ่นของออยล์ได้ตามชอบ ทำให้การสปาผิวของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องไปเข้าสปาราคาแพง

· ช่วยให้การโกนขนง่ายยิ่งขึ้น : ให้ทาออยล์ลงบนผิวที่คุณต้องการโกนขน จะทำให้สามารถโกนขนได้ง่ายขึ้นเป็นการช่วยลดการเสียดสี และความระคายเคือง ซึ่งเป็นการบำรุงผิวไปในตัวด้วย

· ใช้บำรุงเส้นผม : การใช้เบบี้ออยล์ลูบบริเวณปลายผมเป็นประจำ จะช่วยให้ผมที่แห้ง และชี้ฟูนั้น กลับมามีสุขภาพผมที่ดี มีความนุ่มลื่นยิ่งขึ้น

· ใช้บำรุงริมฝีปาก : หากวันไหนคุณอยากบำรุงริมฝีปากเป็นพิเศษ สามารถใช้ออยล์ทาแทนลิปมันได้เลย รับรองว่าริมฝีปากของคุณจะนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งแตกแบบที่เคยเป็นแน่นอน

ออยล์สำหรับเด็กนั้นสามารถหาซื้อได้ทั่วไปเพราะมีแบรนด์ชั้นนำมากมายให้คุณเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็น จอห์นสัน, เบบี้มายด์, D – Nee หรือ Enfant เป็นต้น และยังมีหลายกลิ่น หลายสูตรที่ตอบโจทย์การบำรุงผิวแต่ละแบบโดยเฉพาะอีกด้วย

ออยล์สำหรับเด็ก

เสื้อยืดผู้หญิง

สาว ๆ ควรรู้! ทำอย่างไรให้ เสื้อยืดผู้หญิง ตัวเก่งดูเหมือนใหม่ได้อยู่ตลอดเวลา?

สำหรับสาว ๆ แล้ว แม้ว่าจะมีเสื้อผ้าผู้หญิงให้เลือกสวมใส่หลายแบบ แต่ เสื้อยืดผู้หญิง ก็ยังคงเป็นเสื้อผ้าที่สาว ๆ หยิบมาใส่กันบ่อยที่สุด เพราะเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและเลือกใส่ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะใส่อยู่บ้าน ใส่นอน ใส่ไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ก็สามารถแมตช์ให้เข้ากับชุดสไตล์ต่าง ๆ ได้ ส่วนใครที่ชอบใส่เสื้อยืดแต่ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรให้เสื้อมีสภาพเหมือนใหม่ได้อยู่ตลอดเวลา วันนี้เราก็มีเคล็ดลับดี ๆ มาบอกกัน

เสื้อยืดผู้หญิง แต่ละแบบเหมาะกับสาวสไตล์ไหน

· เสื้อยืดเข้ารูป เสื้อยืดผู้หญิง จะผลิตออกมาในทรงเข้ารูปที่มีส่วนเว้าในช่วงเอวมากกว่าเสื้อยืดของผู้ชาย เพื่อให้เหมาะกับสรีระของสาว ๆ และเน้นสัดส่วนได้อย่างชัดเจน มีให้เลือกหลายไซซ์ มีทั้งแบบคอกลม คอวี และแบบคอกว้าง เหมาะสำหรับการใช้งานแบบทั่วไป เช่น ใส่อยู่บ้าน ใส่ไปซื้อของ ใส่ออกนอกบ้าน

· เสื้อ Oversize เป็นเสื้อที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะเป็นเสื้อทรงหลวม ใส่สบาย โดยจะมีขนาดใหญ่กว่าเสื้อแบบทั่วไปประมาณ 1 – 2 ไซซ์ เมื่อใส่แล้วจะดูหลวม ๆ ไม่เข้ารูป จุดเด่นของเสื้อ Oversize คือ ไหล่จะตกลงมาจากช่วงไหล่ประมาณ 3 – 4 นิ้ว เพื่อให้ดูเป็นทรงสวย เหมาะกับสาวลุย สายสตรีท หรือสาวที่ชอบทำกิจกรรม เพราะช่วยให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว

· เสื้อครอป เป็นเสื้อยืดแฟชั่นไม่เข้ารูปแบบเอวลอย โดยชายเสื้อจะสั้นเหนือสะดือ เป็นเสื้อที่มีทรงสวยงาม เหมาะกับสาว ๆ ที่ความมั่นใจ นิยมใส่คู่กับกางเกงยีนส์ขายาวหรือกางเกงขาสั้นเอวสูง ช่วยเน้นสัดส่วนของสาว ๆ ได้ดี

เคล็ดลับการดูแลเสื้อยืดให้ใส่ได้นาน ๆ และมีสภาพเหมือนใหม่อยู่เสมอ

· ซักมือเพื่อช่วยถนอมผ้า ควรซักเสื้อยืดผู้หญิงด้วยการซักมือ เพราะจะช่วยถนอมใยผ้าได้ดีกว่าการซักเครื่อง โดยให้ขยี้เบา ๆ หรือใช้แปรงขนอ่อนแปรงเบา ๆ ไม่ควรใช้แปรงขนแข็งแปรง เพราะทำให้เนื้อผ้าเป็นขุยง่าย

· ซักเครื่องด้วยโหมดถนอมผ้า หากจำเป็นต้องซักเครื่อง แนะนำว่านำเสื้อยืดใส่ในถุงซักผ้าก่อนค่อยนำลงเครื่อง และเลือกซักด้วยโหมดถนอมผ้าเพื่อช่วยป้องกันแรงเหวี่ยงที่จะทำให้ผ้ายืดเสียทรงได้ง่าย

· ซักในน้ำอุณหภูมิปกติ เพื่อช่วยถนอมสีผ้าไม่ให้ซีดง่าย เพราะการซักในโหมดน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนจะทำให้ผ้าสีซีดเร็ว

· ไม่ซักรวมกับผ้าชนิดอื่น โดยเฉพาะเสื้อยืดที่มีสีขาวหรือโทนสีสว่าง เพราะจะทำให้สีตกใส่เสื้อและทำให้ผ้าสีหมองคล้ำเร็ว

· เลือกใช้น้ำยาซักผ้าแทนผงซักฟอก เพราะผงซักฟอกบางชนิดอาจมีส่วนผสมที่ใช้ในการขจัดคราบ ที่จะทำให้สีของเนื้อผ้าซีดลงได้

· ควรหลีกเลี่ยงการนำไปอบแห้ง เพราะการอบแห้งใช้แรงเหวี่ยงสูง มีโอกาสทำให้เนื้อผ้ายืดได้เร็วกว่า การซักด้วยมือโดยการบิดน้ำออก สะบัดผ้า และนำไปตากจะช่วยถนอมเนื้อผ้าได้ดีกว่า

· กลับด้านก่อนตาก ก่อนนำผ้าไปตากทุกครั้งควรกลับด้านก่อนตาก เพื่อช่วยถนอมสีผ้าจากแสงยูวีในแสงแดดที่จะทำให้ผ้าซีดลงได้

· ตากแดดอ่อน ๆ หรือบริเวณที่มีลมโกรก ควรหลีกเลี่ยงการตากผ้าตอนที่แดดจัด เช่น ตอน 11.00 – 15.00 โมง เพราะเป็นช่วงที่แสงแดดแรงที่สุดและทำให้ผ้าสีซีดง่าย

· กลับด้านก่อนรีด ก่อนนำไปรีดทุกครั้งควรกลับด้านก่อน เพื่อป้องกันความร้อนจากเตารีดทำลายสีผ้า เพราะการรีดโดยไม่กลับด้านหรือรีดบ่อย ๆ จะทำให้สีผ้าซีดลงได้ นอกจากนี้การกลับด้านรีดยังช่วยถนอมลายสกรีนบนเสื้อยืดให้ติดทนนานและไม่หลุดลอกง่ายด้วย

· รีดด้วยไฟกลาง ไม่ควรรีดด้วยไฟแรงเพราะจะทำให้เนื้อผ้าไหม้ได้ อีกทั้งการรีดด้วยไฟแรงยังทำให้สีผ้าซีดเร็วและทำให้ลายสกรีนแตกลอกง่ายด้วย

เสื้อยืดเป็นเสื้อผ้าที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน ไม่เสื่อมสภาพง่าย สามารถใส่ได้นานหลายปีหากมีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี หากสาว ๆ คนไหนที่ชอบใส่เสื้อยืดก็อย่าลืมดูแลให้ดีเพื่อให้มีสภาพเหมือนใหม่ได้อยู่ตลอดเวลา

เสื้อยืดผู้หญิง

ครีมย้อมผม เบอริน่า

ครีมย้อมผม เบอริน่า ให้ผมคุณสวยได้ทุกเฉดสีมีดีกว่าที่คิดเยอะ

สำหรับคนที่สนุกกับการเปลี่ยนสีผมเชื่อว่าน่าจะคุ้นเคยหรือรู้จักกับผลิตภัณฑ์ ครีมย้อมผม เบอริน่า กันเป็นอย่างดี แต่ใครที่ไม่เคยเปลี่ยนสีผมมาก่อนอาจจะไม่รู้จักกับผลิตภัณฑ์นี้เลย หากวันนี้คุณรู้สึกอยากจะลองเปลี่ยนสไตล์ของตนเองด้วยการเปลี่ยนสีผมบ้าง จึงขอแนะนำให้คุณสัมผัสกับ ผลิตภัณฑ์ย้อมผม Berina เชื่อว่าหากคุณได้ลองคุณจะต้องประทับใจแน่นอน แล้วผลิตภัณฑ์นี้น่าสนใจอย่างไร มีเฉดสีให้เลือกเยอะแค่ไหนมาดูกันเลย

ครีมย้อมผมเบอริน่ามีเฉดสีให้เลือกเยอะแค่ไหน

สิ่งที่ทำให้ให้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม Berina กระแสดีเป็นผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่คนยอมรับเลือกใช้เป็นอันดับต้น ๆ ก็เพราะBerina มีเฉดสีให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าคุณจะต้องการให้ผมของคุณออกมาเป็นสีโทนไหนก็ตาม ผลิตภัณฑ์นี้มอบให้คุณได้ทุกเฉดจริง ๆ 

· สไตล์สาวเปรี้ยว: หากคุณเป็นสาวแซ่บสายเฉี่ยวชอบสไตล์ที่ดีโดดเด่นจัดจ้าน ต้องการสีแซ่บ ๆ ถึงใจจัดไปกับสีแดงสด สีทองแดง หรือจะเลือกเป็นสีหม่นเขียว ก็ตอบโจทย์ได้ดี ที่แนะนำก็คือ A8 Burgundy, A23 Bright Red, A31 Blonde Gray Green

· สไตล์สาวมั่น: หากคุณเป็นสาววัยทำงาน ต้องการเพิ่มบุคลิกที่ดูมั่นใจสวยใสแต่ยังคงไว้ซึ่งภาพสุภาพ ต้องนี่เลยเฉดสีแบบพื้นฐานเลยอย่าง สีน้ำตาลเข้ม, สีน้ำตาลแดง หรือพื้นฐานสุด ๆ ก็สีดำก็ได้ ที่แนะนำก็คือ A2 Dark Brown, A29 Medium Chocolate, A28 Dark Chocolate

· สไตล์สาววัยใส: หากคุณเป็นสาววัยใสอยู่ในวัยเรียน ต้องการสะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน ต้องนี่เลยเฉดสีที่สะท้อนความน่ารักอย่างเฉดน้ำตาลทั้งน้ำตาลหม่น น้ำตาลกลาง หรือจะเน้นชัด ๆ เป็นน้ำตาลเข้มก็ดูดี ที่แนะนำก็คือ A13 Copper Brown, A43 Light Golden Brown, A26 Natural Brown หรือจะเลือกเป็น A31 Blonde Gray Green ที่ออกเป็นสีเฉดเขียวก็ทำให้ดูเฉี่ยว ๆ สมวัยได้เหมือนกัน

ด้วยการที่มีเฉดสีให้เลือกเยอะ ตอบโจทย์ทุกวัยแบบนี้จึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่ผลิตภัณฑ์ย้อมผม Berina จะเป็นยอมรับของคนทั่วไป ไม่ว่าคุณจะมีลุคไหน ต้องการเปลี่ยนสีผมเป็นสาวสไตล์ไหนก็ตาม ผลิตภัณฑ์นี้ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

ก่อนเปลี่ยนผมด้วยครีมย้อมผม เบอริน่าควรเข้าใจเรื่องสีผิว

เมื่อคุณรู้ถึงความพิเศษและความน่าสนใจของครีมย้อมผมเบอริน่ากันเป็นแล้ว เชื่อว่าคุณคงจะรีบตัดสินใจลองซื้อเพื่อนำมาใช้เปลี่ยนสีผมของตนเองกันทันที แต่ช้าก่อน ยังมีอีกสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม Berina เปลี่ยนสีผมของคุณ นั่นคือ การจะย้อมผมเป็นสีไหนก็ควรจะเลือกให้แมตช์กับสีผิวของตัวคุณเองด้วย แล้วผิวแต่สีควรจะเลือกยาย้อมผมเฉดสีไหนถึงจะเข้ากันได้ดีไม่ดูแปลกตาจนเกินไป มาดูกันเลย

· ผิวขาวเหลือง: เป็นโทนสีผิวของคนเอเชียทั่วไป หากคุณเป็นคนมีสีผิวแบบนี้แนะนำว่าควรเลี่ยงการเลือกเฉดสีเหลืองหรือส้ม เพราะถ้าใช้เฉดสีใกล้เคียงกับผิวจะทำให้ภาพรวมออกมาดูเป็นคนสุขภาพไม่ดี อาจทำให้หน้าดูหมองคล้ำลงได้ จึงขอแนะว่าให้เลือกยาย้อมผมเป็นสีแดง สีม่วง น้ำตาลประกายแดง หรือสีหม่นเขียวก็ได้ แบบนี้จะเข้ากับผิวมากกว่า

· ผิวขาวอมชมพู: เป็นสีผิวที่น่าอิจฉา เพราะคนที่สีผิวแบบนี้สามารถเลือกทำสีผมได้ทุกเฉดสีเลย ยิ่งเลือกเฉดสีที่ดูออกเข้มยิ่งทำให้ดูเปล่งปลั่งมากขึ้นด้วย

· ผิวคล้ำ: ใครที่มีผิวคล้ำก็ไม่ต้องน้อยใจ การจะเป็นสไตล์ให้ดูดีด้วยการเปลี่ยนสีผมก็ทำได้ แต่แนะนำว่าให้เน้นย้อมผมให้ดูเข้มเป็นธรรมชาติ อาจจะเลือกสีที่อ่อนกว่าสีผิวเล็กน้อย แบบนี้ก็ทำให้ดูดีได้เช่นกัน

· ผิวสีน้ำผึ้ง: ใครที่มีผิวสองสีออกเป็นสีน้ำผึ้ง สีผมที่เหมาะสมที่สุดก็จะเป็นเฉดสะท้อนแสงอย่างสีทอง สีน้ำตาลอ่อนประกายทอง เฉดสีประมาณนี้จะช่วยขับผิวทำให้ภาพรวมออกมาดูดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

เชื่อว่าในตอนนี้ทุกคนคงจะตัดสินใจกันได้แล้วว่า จะเปลี่ยนสีผมดีหรือไม่ หากมั่นใจแล้วอย่าลืมเลือกครีมย้อมผม เบอริน่าให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นตัวช่วยเปลี่ยนสีผมของคุณ เชื่อเถอะว่าลุคใหม่ของคุณจะเปลี่ยนชีวิตคุณให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

ครีมย้อมผม เบอริน่า เปลี่ยนลุคใหม่ให้ผมคุณสวยได้ทุกเฉดสีมีดีกว่าที่คิดเยอะ ครีมย้อมผมเบอริน่ามีเฉดสีให้เลือกมากมาย เช่น สีหม่นเขียว ที่มาแรง

ทอง 1 สลึง

คุณค่าแห่งทองคำ เริ่มต้นสร้างความมั่นคงด้วย ทอง 1 สลึง สู่อนาคตที่ดีกว่า

หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ทองคำคือสินทรัพย์ที่ปลอดภัย” ทองคำไม่ว่าจะเป็น ทอง 1 สลึง หรือ 1 บาทคุณค่าและความบริสุทธิ์ก็ไม่แตกต่างกัน โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการสะสมทองไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณยังคงเป็นที่นิยมของนักออมเพื่ออนาคต ส่วนใครที่มีความคิดว่าอยากจะเริ่มต้นออมเงิน หรือลงทุนกับอะไรสักอย่างที่มีความมั่นคง ขอแนะนำว่าให้พิจารณาทองคำเป็นอันดับแรก หากสงสัยว่าเพราะอะไร ติดตามอ่านในบทความนี้ แล้วคุณจะทราบว่าการเริ่มต้นกับทองคำตามกำลังทรัพย์ที่มี ค่อย ๆ สะสมไปเรื่อย ๆ จะสร้างอนาคตที่มั่นคงให้ได้แน่นอน

เริ่มต้นออมทองคำ ทอง 1 สลึง ก็สร้างรากฐานที่ดีได้จริงหรือ?

เรามาเริ่มกันที่สถานการณ์ปัจจุบันว่าทองคำนั้นมีคุณค่าต่อการเก็บออมมากขนาดไหน และทอง 1 สลึงเป็นรากฐานแห่งการออมที่ดีเพราะอะไร สถานการณ์ที่จะกล่าวถึงนี้คือความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่มีความบาดหมางจนยกระดับความเข้มข้นชัดเจนในเดือนพฤศจิกายน 2564 และยังคงเพิ่มดีกรีความระอุขึ้นเรื่อย ๆ สถานการณ์นี้เองที่เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของราคา ทอง 1 สลึงขึ้นไป เพราะทองคำกับสงครามคือสิ่งที่คู่กัน และยิ่งสถานการณ์ทวีความรุนแรงจนเกิดเป็นวิกฤตโลก ทองจะขึ้นราคาทันที และเมื่อหันกลับไปมองราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จะเห็นว่าสวนทางกับทองคำอย่างชัดเจน

จากความตึงเครียดที่เกิดขึ้นทำให้ในช่วง 3 เดือนนับจากพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมา ราคาทองคำได้มีการปรับเพิ่มราคามาแล้วประมาณ 2,200 บาท ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น และสำหรับผู้ที่ลงทุนในทองคำและติดตามสถานการณ์มาตลอดจะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาและสามารถรับมือได้ทัน แต่สำหรับผู้ที่เริ่มต้นลงทุนในทองคำอาจจะต้องทำความเข้าใจกับทองคำสักนิด และคุณรู้หรือไม่ว่า เมื่อเกิดโลกเกิดวิกฤติ นักลงทุนส่วนใหญ่จะเริ่มโยกเงินมาลงทุนในทองคำด้วยเหตุผลง่าย ๆ นั่นคือ “ทองคือสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย” 

ทองคำกลายเป็นแหล่งการลงทุนที่เข้าใจง่ายและแสนจะคลาสสิก เป็นพื้นที่ปลอดภัยของนักลงทุน ที่มีหลักคิดแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีความผันผวนหรือตึงเครียดกับสถานการณ์โลก เราจะต้องย้ายเงินจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างตลาดหุ้น มาลงทุนในพื้นที่ที่มีความปลอดภัยแทนนั่นคือทองคำ ดังนั้นทอง 1 สลึงจะมีมูลค่าสูงขึ้นยามเกิดวิกฤติ สามารถช่วยให้บางครอบครัวมีเงินลงทุนไปต่อยอดชีวิต เพื่อความอยู่รอดภายใต้สภาวะขัดสนของบ้านเมือง

ราคา ทอง 1 สลึงหรือ 1 บาทล้วนนับเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงไม่มีความเสี่ยงเลย อีกทั้งยังมีทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน สังเกตง่าย แม้คนธรรมดาก็สามารถจับหลักการเปลี่ยนของทองคำได้ นั่นคือทองจะเดินทางตรงกันข้ามกับราคาหุ้นเสมอ เช่น หุ้นคือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ทองคำคือสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยเป็นต้น

เริ่มต้นออมทอง 1 สลึงอย่างไร ให้กลายเป็นเงินล้าน

เมื่อได้ทราบถึงความปลอดภัยและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของราคาทองแล้ว การเริ่มต้นออมทอง 1 สลึงจึงสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องใช้เทคนิคสักเล็กน้อยเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ซึ่งเรามีเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นออมทองอย่างปลอดภัยดังต่อไปนี้

· เข้าใจหลักการออม การออมคือการค่อย ๆ สะสมตามกำลังทรัพย์ที่มี ไม่ใช่การบังคับหรือฝืนใจตัวเอง เพราะการฝืนใจจะทำให้การออมไม่สำเร็จ ควรเริ่มต้นจากเงินทุนที่ไม่เกี่ยวกับเงินใช้จ่ายในแต่ละวัน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นเงินเหลือจากกินใช้ ให้นำมาลงทุนในทองคำ ด้วยการเช็กราคา ทอง 1 สลึงว่ามีราคาเท่าไหร่ การเริ่มต้นแต่น้อยจะช่วยให้ทำได้นานและสม่ำเสมอกว่า

· สร้างวินัยให้ตัวเอง คำว่า “วินัย” นั้นเป็นสิ่งต้องสร้างด้วยตัวเอง ก่อนอื่นต้องชัดเจนในการออมว่า “ต้องการออมเพื่ออะไร” โดยเหตุผลนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายใหญ่อย่างการรวยเป็นเศรษฐี เพราะจะก่อให้เกิดความเครียด คุณสามารถสร้างเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อความสำเร็จในแบบของคุณด้วยเหตุผลง่าย ๆ เช่น ออมทองเพื่อซื้อรถ, ออมทองเพื่อไปเที่ยวต่างประเทศ, ออมทองเพื่อไปทำศัลยกรรม หรือออมทองเพื่อซื้อบ้านเป็นของตัวเอง เป็นต้น เพราะความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เกิดขึ้นได้จากเป้าหมายเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นจากคำว่า “วินัย” 

การเริ่มต้นออมทอง 1 สลึงวันนี้ สามารถสร้างเป็นรากฐานที่มั่นคงให้แก่ชีวิตในวันหน้าได้อย่างแน่นอน ซึ่งไม่เพียงคุณจะกลายเป็นผู้ที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทองแล้ว คุณยังจะกลายเป็นผู้ที่มีวินัยในการวางแผนชีวิต ซึ่งจะส่งผลให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน อีกทั้งยังช่วยเสริมให้คุณเป็นผู้ที่น่าคบหาสมาคม ทุกอย่างนี้เริ่มต้นได้เพียงจุดเล็ก ๆ นั่นคือทองคำ 1 สลึง

คุณค่าแห่งทองคำ เริ่มต้นสร้างความมั่นคงด้วย ทอง 1 สลึง สู่อนาคตที่ดีกว่า ปัจจุบันการสะสมทองไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณยังคงเป็นที่นิยม

ทอง

7 ข้อดีของการใช้ ทอง ในการเป็นของขวัญในทุกเทศกาล

ทอง ถือว่าเป็นสิ่งที่มีมูลค่าและมีค่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นของที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ยังมีมูลค่าอยู่เสมอ ดังนั้นหลายคนจึงนิยมสะสมทองคำ ไว้ในรูปแบบการเก็บรักษาเงิน หรือไว้เพื่อเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงฐานะของตนเอง แต่ในปัจจุบันคนยังนิยมใช้เป็นของขวัญให้กับคนพิเศษได้อีกด้วย ซึ่งเราจะมาดูกันว่าข้อดีของการให้ทองคำเป็นของขวัญนั้นมีอะไรบ้าง

7 ข้อดีในการให้ทองเป็นของขวัญกับคนพิเศษของคุณ

ในการเลือกของขวัญให้กับคนพิเศษหรือเป็นของขวัญที่อยากจะมอบให้ใครก็ตาม ทองยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากได้อยู่เสมอ เพราะสามารถเก็บไว้ได้อย่างยาวนานและยังมูลค่าเอาไว้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนควรจับจองไปเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษของคุณ

1. มีมูลค่าในตัวเอง ดังนั้นไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ก็ยังคงมีมูลค่าอยู่เสมอ ไม่เสื่อมถอยตามกาลเวลา ไม่บุบสลายเหมือนกับของขวัญรูปแบบอื่น ๆ

2. เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดของทั่วทุกมุมโลก ยังคงเป็นของที่มีค่า เป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ

3. มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก เช่น เครื่องประดับ แหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู ฯลฯ ก็สามารถใช้เป็นของขวัญให้กับคนที่คุณรักใส่เพื่อเป็นคุณค่าทางจิตใจได้ 

4. เป็นของกำนัลหรือเป็นรางวัลที่คุ้มค่า จะเป็นงานเลี้ยงบริษัท การให้รางวัลในช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือเป็นของรางวัลให้กับการแข่งขันใด ๆ ก็ตาม ถือว่าเป็นของขวัญที่ทุกคนอยากได้ เพราะสามารถนำไปเก็บรักษาหรือนำไปแปลงสภาพเป็นเงินสดได้ด้วย

5. สามารถใช้ในยามเดือดร้อน เป็นของขวัญที่ผู้รับสามารถใช้ได้ในยามเดือดร้อน ถึงช่วงวิกฤตที่มีความจำเป็นจะต้องใช้เงิน ก็สามารถนำไปแปรเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อนำมาใช้จ่าย เรียกได้ว่าเป็นการคำนึงถึงผู้รับในระยะยาว

6. ส่งต่อเป็นมรดกได้ เพราะว่ามูลค่ายังคงมีอยู่เสมอ ดังนั้นจึงสามารถส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อเก็บเป็นสมบัติในอนาคตได้

7. เป็นของมีค่าที่สามารถหาซื้อได้ง่ายและขายได้ง่าย ไม่ว่าจะหันไปทางไหน เราสามารถหาร้านขายทองได้เกือบทุกที่ ดังนั้นจึงสะดวกต่อการซื้อและการเคลื่อนย้าย อีกทั้งยังสามารถขายได้ง่ายอีกด้วย

3 รูปแบบของทองที่คนนิยมซื้อในปัจจุบัน

1. ทองรูปพรรณ เรียกได้ว่าเป็นอันดับต้น ๆ ในการเลือกซื้อเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากความหลากหลายของรูปแบบเครื่องประดับที่จะมาในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ ต่างหู แหวน กำไล สร้อย ฯลฯ ยังมีลวดลายที่สวยงาม อ่อนช้อย สามารถเลือกซื้อตามแบบที่ถูกใจได้ไม่ยาก อีกทั้งหากนำมาเป็นของขวัญยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้รับอีกด้วย ทองรูปพรรณจึงเป็นที่นิยมมากสำหรับการซื้อของขวัญให้กับคนพิเศษ

2. ทองคำแท่ง มักจะนิยมให้ทองชนิดนี้ในน้ำหนักที่ไม่มากนักเป็นของขวัญ ซึ่งจะสามารถเห็นตั้งแต่ 1 กรัมขึ้นไป โดยมักจะเป็นของขวัญที่ให้คนจำนวนมาก ตามองค์กรหรือบริษัทต่าง ๆ ในการจับฉลากหรือให้รางวัลสำหรับพนักงานดีเด่น โดยจะมาในลักษณะฝังตัวอยู่แผ่นการ์ดที่มีการตกแต่งลวดลายสวยงามให้สามารถเก็บเป็นที่ระลึกได้ง่ายขึ้น หรือสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมก็จะเก็บเป็นลักษณะทองแท่งที่ขนาดใหญ่ขึ้นและมีน้ำหนักที่มากขึ้นเช่นกัน

3. การออมทอง เป็นซื้อผ่านทางออนไลน์ ซึ่งมักจะเป็นการซื้อเพื่อเก็บออม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการอยากได้ทองคำแต่งบจะมีจำกัด เป็นการลงทุนสำหรับคนที่มีทุนน้อย โดยสามารถเริ่มออมได้ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป โดยคนส่วนใหญ่ที่ออมทองมักจะออมไว้เพื่อเก็งกำไร และไม่ต้องกังวลกับการผันผวนของมูลค่าทอง เพราะเมื่อออมจนยอดถึง 1 สลึงขึ้นไป จะสามารถถอนออกมาเป็นทองคำแท่งหรือเป็นเงินสดก็ได้

เรียกได้ว่าทองยังคงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่หาได้ยากและเป็นสิ่งที่ไม่โดนผลกระทบจากนโยบายทางการเงินของประเทศใด ๆ เลยในโลก เป็นสิ่งมีมูลค่าที่คนสามารถหาซื้อได้แบบไม่ต้องมีเอกสารใด ๆ และสามารถเปลี่ยนถ่ายเจ้าของได้ง่าย และสามารถตรวจสอบราคาได้ตลอดเวลา จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ควรชอปปิ้งมีในครอบครอง ทั้งเป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก หรือเป็นของรางวัลที่มีมูลค่าทางจิตใจให้กับตัวคุณเอง

เตารีดไอน้ำ

5 ข้อดีของ เตารีดไอน้ำ อุปกรณ์ที่ให้มากกว่ารีดผ้าเรียบ

เตารีดไอน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ภายในบ้านอีกอุปกรณ์หนึ่ง ที่ช่วยให้ทั้งคุณพ่อบ้านและคุณแม่บ้านมีความสะดวกสบายในการรีดผ้ามากยิ่งขึ้น และเป็นของคู่ใจของสายแฟชั่นที่ช่วยให้เสื้อผ้าสวยกริ๊บอยู่ตลอดเวลา แต่ก็อาจจะยังมีหลายคนที่สงสัยว่า เตารีดแบบมีไอน้ำมีข้อดีกว่าเตารีดทั่วไปอย่างไร หรือจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่เราจะต้องใช้เตารีดชนิดนี้ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเตารีดชนิดนี้กัน

5 ข้อดีของเตารีดไอน้ำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นมาเพื่อความสะดวกสบายของทุกคน

เตารีดแบบไอน้ำเป็นเตารีดที่มีลักษณะคือภายในเตารีดจะมีช่องสำหรับการบรรจุน้ำเพื่อใช้สำหรับสร้างไอน้ำขึ้นมา และจะมีปุ่มปล่อยไอน้ำเวลารีดผ้าเป็นระยะ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาใช้วิธีการฉีดน้ำยารีดผ้าเอง โดยมีข้อดีที่น่าสนใจดังนี้

1. น้ำหนักของเตารีด เตารีดชนิดนี้มักจะมีน้ำหนักที่เบากว่าเตารีดธรรมดา เมื่อต้องรีดผ้าจำนวนมากและรีดผ้าเป็นเวลานานจะทำให้รู้สึกหนักและเหนื่อยได้ง่ายเมื่อใช้เตารีดทั่วไป ดังนั้นการใช้เตารีดแบบไอน้ำจึงช่วยให้เราสามารถลดความรู้สึกเมื่อย รู้สึกเหนื่อยน้อยกว่าเตารีดธรรมดาได้ และสามารถรีดผ้าจำนวนมากได้อีกด้วย

2. รีดผ้าได้หลากหลายชนิด เตารีดแบบไอน้ำจะสามารถรีดผ้าได้หลากหลายชนิด โดยจะมีปุ่มที่สามารถเลือกอุณหภูมิและปริมาณไอน้ำที่เหมาะสมกับชนิดของผ้าได้ ซึ่งผ้าแต่ละชนิดก็จะมีความต้องการความร้อนที่ต่างกัน เช่น กางเกงขาสั้น หรือ ผ้าไหม จะเหมาะกับการรีดผ้าที่ใช้ไอน้ำปริมาณมากในอุณหภูมิที่ต่ำ เพื่อให้ผ้ายังคงสภาพที่ดีอยู่เสมอ เป็นต้น

3.  ลดระยะเวลาในการรีดผ้า นอกจากจะไม่ต้องเสียเวลาในการหยุดรีดเพื่อฉีดพรมน้ำแล้ว การใช้เตารีดแบบไอน้ำยังช่วยให้ผ้าเรียบง่ายและเร็วมากขึ้น เพราะตัวไอน้ำเองจะเข้าไปทำให้ใยของผ้านั้นคลายตัว ทำให้เมื่อรีดผ้า ผ้าในส่วนที่ยับจึงสามารถคลายตัวได้ง่ายขึ้น และเมื่อแห้งก็คงตัวอยู่ได้นานขึ้นเช่นกัน

4. ลดการเกิดการไหม้ของผ้า หลายครั้งที่มักจะเกิดปัญหาการฉีดพ่นน้ำเยอะเกินไป หรือความร้อนของเตารีดไม่พอดีกับชนิดของผ้าที่รีด ทำให้เมื่อใช้เตารีดผ้าแบบธรรมดาจึงทำให้ผ้าติดเตารีดเกิดการไหม้ ทำให้เสื้อผ้าเสียหาย การใช้เตารีดแบบไอน้ำจะช่วยลดปัญหานี้ไปได้

5. ประหยัดค่าไฟ เมื่อเราสามารถรีดผ้าได้ง่ายขึ้น และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงช่วยลดระยะเวลาในการรีดผ้าให้น้อยลง ส่งผลให้ค่าไฟที่เราใช้ในการรีดผ้าลดลงตามไปด้วย ดังนั้นการใช้เตารีดไอน้ำจึงช่วยประหยัดค่าไฟของเราได้อีกด้วย

3 วิธีการดูแลรักษาเตารีดไอน้ำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน

1. คราบตะกรันในเตารีด เตารีดที่ใช้ไอน้ำ เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจจะเกิดคราบตะกรันที่เกิดจากการสะสมของเชื้อโรคที่อยู่ภายในเตารีด หากน้ำในเตารีดมีความกระด้างก็จะก่อให้เกิดคราบได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็จะมีเตารีดที่มาพร้อมเทคโนโลยีในการป้องกันตะกรันในเตารีด ซึ่งหากเตารีดที่ใช้อยู่ไม่มีระบบนี้ ก็สามารถถอดถาดด้านหลังเตารีด และนำมาทำความสะอาด เช็ดให้แห้งและใส่กลับเข้าไปที่เดิม เท่านี้ก็สามารถแก้ไขคราบตะกรันได้แล้ว

2. ทำความสะอาดเตารีดหลังใช้งานทุกครั้ง หลังจากใช้เตารีดเรียบร้อยแล้วควรถอดปลั๊กไฟให้เรียบร้อย จากนั้นรอจนเตารีดหายร้อน แล้วจึงนำไปทำความสะอาด อาจจะใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดโดยรอบ จากนั้นจึงใช้น้ำมันหล่อลื่นทาเพียงเล็กน้อยเพื่อให้สามารถรีดผ้าครั้งต่อไปได้อย่างลื่นมากขึ้น

3. เทน้ำออกทุกครั้งหลังใช้งาน เมื่อใช้เตารีดเสร็จแล้ว ควรเทน้ำที่เหลือออกให้หมด เพราะหากทิ้งในเตารีดจะส่งผลทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกและเชื้อโรค จนเกิดคราบตะกรันได้ ดังนั้นจึงควรเทน้ำออกทุกครั้งและตรวจสอบให้แน่ใจว่า ไม่มีน้ำเหลือตกค้างอยู่ในเตารีด

เตารีดไอน้ำ จึงถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ทุกบ้านควรมี เพราะนอกจากจะช่วยรีดผ้าให้เรียบดังใจแล้ว ยังช่วยถนอมเสื้อผ้า ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย หากใครกำลังมองหาเตารีดที่มีคุณภาพและเหมาะกับการทำงานบ้านยุคใหม่ เตารีดชนิดนี้ตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน 

เตารีดแบบไอน้ำจะมีช่องสำหรับการบรรจุน้ำเพื่อใช้สำหรับสร้างไอน้ำขึ้นมา มาเรียนรู้ 5 ข้อดีของ เตารีดไอน้ำ อุปกรณ์ที่ให้มากกว่ารีดผ้าเรียบ!

muji

muji แบรนด์ที่ไร้แบรนด์ แต่โตแรงรับกระแสออนไลน์สุดฮอต

เชื่อว่าทุกคนที่ได้แวะเวียนไปเดินห้างสรรพสินค้าชื่อดัง น่าจะเคยคุ้นตากับแบรนด์ร้าน muji กันอย่างแน่นอน แบรนด์ มูจิ แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นมีเสน่ห์และมีความแตกต่างในตัวเอง เป็นแบรนด์ร้านค้าที่ชื่อมีความหมายว่า “ไร้นาม” และเป็นแบรนด์ร้านค้าที่ไร้โลโก้รูปภาพสัญลักษณ์ใด ๆ ใช้ตัวอักษรแบบเรียบง่ายเป็นทั้งชื่อและโลโก้ของแบรนด์ในเวลาเดียวกัน สะท้อนวัฒนธรรมของญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน สิ่งที่ทำให้ทุกคนจดจำแบรนด์ร้านแห่งนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มาจากทางร้านล้วนเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีคุณภาพดีทั้งสิ้น และในตอนนี้ “มูจิ” ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่เดินหน้าเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มตัว

mujiกับสินค้าภายใต้แนวคิด “น้อยแต่มาก”

แบรนด์mujiได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี 1980 ในช่วงระยะนั้นในญี่ปุ่นเกิดปัญหาเศรษฐกิจ และฝั่งธุรกิจค้าปลีกห้างร้านต่าง ๆ ในญี่ปุ่นหันมา ลดราคาสินค้าแข่งกันทำให้ กลุ่มห้างร้านและธุรกิจค้าปลีกต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการแข่งขันกันด้านราคา ผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากรู้สึกว่ากำไรลดลงอย่างมาก จึงใช้วิธีการลดคุณภาพสินค้าเพื่อให้สอดรับกับราคาสินค้าที่ปรับตัวลง จากตรงนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นที่มาของการถือกำเนิดขึ้นของแบรนด์มูจิ ที่เล็งเห็นว่าราคาสินค้าที่ถูกเป็นเรื่องสำคัญ แต่คุณภาพที่ดีก็ยังคงเป็นเรื่องที่ทิ้งไปไม่ได้

นั่นทำให้มูจิยึดหลัก “ความเรียบง่าย” ในการผลิตสินค้าของตนเอง โดยทำทุกอย่างให้เรียบง่ายน้อยแต่มาก เน้นประโยชน์และวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของสินค้า ว่าผู้ซื้อต้องได้ประโยชน์จากสินค้าชิ้นนั้น ๆ อย่างคุ้มค่าที่สุด ตัดเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่จำเป็นออกไป เข้าถึงแก่นแท้ของสินค้าเพียงอย่างเดียว ทำให้สินค้าและผลิตภัณฑ์อันหลากหลายไม่ว่าจะเป็นงานหัตถศิลป์ ถ้วยชาม เสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่าง ๆ ของแบรนด์มูจิเป็นสไตล์ Minimalist ทุกอย่างไม่ต้องเยอะแต่ให้ประโยชน์และมีคุณค่าแบบเน้น ๆ จนทำให้ครองใจผู้บริโภคทั้งในญี่ปุ่นและในหลาย ๆ ประเทศส่งให้แบรนด์ร้านค้าแห่งนี้กลายเป็นแบรนด์ร้านค้าระดับโลกได้ในปัจจุบัน

mujiปรับกลยุทธ์ ส่งสินค้าชั้นเยี่ยมรุกตลาดออนไลน์

มูจินั้นมีร้านสาขาอยู่ในหลาย ๆ ประเทศรวมถึงในประเทศไทยด้วย แต่ด้วยในยุคดิจิทัลแบบนี้ และสถานการณ์แวดล้อมต่าง ๆ ทำให้กระแสอีคอมเมิร์ซมาแรงเกินต้าน ผู้คนจำนวนไม่น้อยหันไปช้อปปิ้งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น แบรนด์ร้านมูจิเองก็เป็นการเติบโตในจุดนี้ จึงเร่งปรับกลยุทธ์การตลาดหันมาโฟกัสช่องทางออนไลน์มากขึ้น ในขณะที่ร้านสาขาทางฝั่งออฟไลน์ก็ไม่ได้ทิ้งไปแต่อย่างใด กลับกันยังมีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่ร้านค้าทางฝั่งออฟไลน์ให้เพิ่มมากขึ้นด้วย แต่จุดที่มูจิจะให้ความสำคัญในช่วงระยะแรกนั้นจะเป็นเรื่องของการขยายไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์ก่อน โดยในขณะนี้ มูจิได้มีการจับมือกับทาง Marketplace นำสินค้าจากร้านค้าของตนเองขึ้นไปจำหน่ายบนออนไลน์อย่างเต็มตัว

ไม่เพียงแค่สินค้าคุณภาพเท่านั้น แต่มูจิยังเติมเต็มความต้องการของคนที่รักสินค้าสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยความหลากหลายของสินค้าที่เรียกว่าว่ามาครบแบบจัดเต็ม ผสานความน่าสนใจกระตุ้นตลาดด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ เป็นการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งสินค้าคุณภาพจากแบรนด์มูจิในมิติใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบบไหนของทางร้าน ลูกค้าก็สามารถที่จะสั่งซื้อได้ง่าย ๆ บนออนไลน์ Marketplace และพิเศษมากขึ้นสินค้าประเภทแฟชั่นที่ทางมูจิให้ความสำคัญกับเรื่องเพศสภาพมากกว่าที่เคย สินค้าแฟชั่นแนวใหม่ของมูจิจะเน้นหนักเป็นแบบ Unisex มากขึ้น ใส่ได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิงหรือจะเป็นเพศไหน ๆ ก็สามารถสวมใส่ได้ คุณภาพบนความเรียบง่ายยังคงอยู่เหมือนเดิมแต่เพิ่มเติมคือช่องทางการช้อปปิ้งที่ง่ายขึ้น และมาในราคาที่พิเศษกว่า

การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้เชื่อเลยว่าคงโดนใจสาวกแบรนด์mujiไม่น้อยจริง ๆ พิสูจน์ได้จากการเดินหน้าขยายร้านค้าบนออนไลน์ของทางมูจิ เพียงเวลาไม่นานก็ทำยอดจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างถล่มทลาย ทั้งสินค้าแฟชั่น สินค้าท้องถิ่น ได้ใจผู้บริโภคชาวไทยไปครองแบบเต็ม ๆ และการขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์แบบนี้ทำให้แบรนด์มูจิเติบโตมากขึ้น เพราะสามารถขยายฐานลูกค้าไปในโซนพื้นที่ต่าง ๆ ของไทยเราได้มากขึ้น แบบนี้แล้วใครที่ชื่นชอบสินค้าญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแต่มีคุณภาพคับแก้ว พลาดไม่ได้เลยที่จะเจอกับสินค้าชั้นเยี่ยมจากมูจิบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ลองเลยแล้วคุณจะรู้ว่าสินค้าจากแบรนด์นี้ถึงไร้ชื่อแต่ไม่เคยไร้คุณภาพจริง ๆ 

muji แบรนด์ที่ไร้แบรนด์กับสินค้าภายใต้แนวคิด “น้อยแต่มาก” โตแรงรับกระแสออนไลน์สุดฮอต ปรับกลยุทธ์ ส่งสินค้าชั้นเยี่ยมรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ