mi band 6

mi band 6 สมาร์ทวอทช์สุดอึด ใช้งานได้นาน 19 ชั่วโมง ในราคาพันกว่า ๆ !

Xiaomi เป็นอีกหนึ่งแบรนด์มาแรงจากจีนที่เปิดตัวขึ้นเมื่อปี 2010 โดย Lei Jun เพื่อผลิตสินค้าไอทีและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ จนสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน เครื่องดูดฝุ่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น กล้องวงจรปิด หูฟังและลำโพง ฯลฯ และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ สมาร์ทวอทช์ ที่เพิ่งเปิดตัวมาในเดือนมีนาคม 2564 อย่าง mi band 6 ที่ใช้งานได้นานถึง 19 ชั่วโมง โดยมีราคาเปิดตัวเริ่มต้นอยู่ที่ 229 หยวน หรือประมาณ 1,100 และรุ่น NFC ราคา 279 หยวน หรือประมาณ 1,300 บาท

สเปกของ mi band 6 ทำอะไรได้บ้าง เหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

หน้าจอ AMOLED มาพร้อมกับหน้าจอทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 1.56 นิ้ว ความละเอียด 152 x 486 พิกเซล ระบบสัมผัสแบบ Multi-Touch ความหนาแน่น 326 ppi

สามารถใช้งานนาน 19 วัน ใช้แบตเตอรี่ขนาด 125 mAh ที่มีความทนทาน สามารถใช้ได้นาน 19 วันในโหมดประหยัดพลังงาน และใช้งานได้นาน 14 วันสำหรับโหมดการใช้งานแบบทั่วไป รองรับการชาร์จแบบแม่เหล็กที่หลังเครื่อง สามารถชาร์จได้โดยไม่ต้องถอดสาย

ดีไซน์กะทัดรัด ออกแบบหน้าจอมาเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 18 มม. กว้าง 18.15 มม. x ยาว 46.95 มม. x หนา 18.15 มม. ทำให้ใช้งานได้อย่างสะดวก มีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสะดวกสบาย

รองรับการใช้งานระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ไม่เพียงแต่ผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ที่สามารถใช้ได้แต่ผู้ที่ใช้งานระบบ iOS ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน ผ่านแอปพลิเคชัน Mi Wear

มีหน้าปัดให้เลือกกว่า 130 แบบ สามารถเปลี่ยนหน้าจอได้ตามความต้องการ เพราะมีภาพหน้าจอให้เลือกกว่า 130 แบบ 

มีโหมดออกกำลังกายให้เลือก 30 โหมด ออกกำลังกายและเล่นกีฬาได้แบบไม่ซ้ำกว่า 30 โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนส การเดิน การวิ่ง แบดมินตัน บาสเกตบอล ฟุตบอล ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ สตรีทแดนซ์ ไตรกีฬา และอื่น ๆ

วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้แบบ real-time สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำด้วยเซ็นเซอร์ PPG ที่ให้คุณทราบผลได้แบบเรียลไทม์

วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ได้ ระดับออกซิเจนในเลือดเป็นค่าที่บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง หากค่าออกซิเจนในร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์จะหมายถึงระบบการทำงานที่ผิดปกติในร่างกาย

ติดตามการนอนหลับ สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ การใส่นอนไว้ก็จะช่วยให้ทราบผลการนอนหลับของตัวเองและสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุด

วัดความเครียด หลายคนเกิดความเครียดแบบไม่รู้ตัว ทำให้ส่งผลต่อสุขภาพต่าง ๆ ฟังก์ชันนี้จึงช่วยตรวจวัดระดับความเครียดในร่างกายและแจ้งให้ทราบเมื่อระดับความเครียดสูงเพื่อให้ผ่อนคลาย เช่น การหายใจ – ออก เพื่อช่วยลดระดับความเครียดลง

นับรอบเดือน ช่วยนับรอบเดือนในผู้หญิงและแจ้งให้สาว ๆ ทราบล่วงหน้าได้ เพื่อให้เตรียมตัวหรือวางแผนการดำเนินชีวิตได้ง่ายขึ้น

ควบคุมการเล่นเพลง สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อเล่นเพลงได้ และหากต้องการควบคุมการเล่นเพลงก็สามารถควบคุมผ่านสมาร์ทวอทช์ได้เลย ไม่ต้องกดจากสมาร์ทโฟน

ดูปฏิทินนัดหมาย แจ้งนัดหมายต่าง ๆ ให้ทราบแบบไม่มีพลาดที่หน้าจอพร้อมรายละเอียด เพื่อให้คุณไม่พลาดนัดสำคัญ

กันน้ำ 5ATM สามารถกันน้ำได้ลึก 50 เมตร ใส่ออกกำลังกายและทำกิจกรรมทางน้ำได้

เรื่องน่ารู้ในการใช้งานใช้อย่างไรให้ใช้งานได้นาน ๆ 

ไม่ต้องรอให้แบตหมดสนิทก็ชาร์จได้ แม้ว่าจะใช้งานได้นาน 19 วัน แต่หากแบตเตอรี่ใกล้จะหมดก็สามารถชาร์จก่อนได้ ไม่ควรรอให้แบตหมดสนิทแล้วค่อยนำมาชาร์จเพราะจะใช้เวลาการชาร์จนานกว่า

สวมใส่ด้วยความระมัดระวัง ควรระวังไม่ให้หน้าจอไปขูดหรือกระแทกกับวัสดุอื่น เพราะจะทำให้เป็นรอย แตกหรือชำรุดได้

หลีกเลี่ยงการสวมใส่ลงน้ำลึก ไม่ควรสวมใส่ลงน้ำลึกเกินกว่า 50 เมตร เพราะสามารถกันน้ำได้แบบชั่วคราวเท่านั้น

สำหรับใครที่สนใจคงต้องอดใจรอกันสักหน่อย เพราะว่าmi band 6 นั้นยังไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ต้องรอดูกันว่าจะนำเข้ามาในช่วงไหน สามารถเลือกสีที่ชอบกันไว้ก่อนได้ มีให้เลือกทั้งหมด 6สี ได้แก่ Black, Orange, Blue, Yellow, Olive และ Ivory เอาใจการใช้งานได้ทั้งหนุ่มและสาว ๆ ส่วนตัวสายเป็นซิลิโคน มีความทนทาน สายนิ่ม สวมใส่สบาย กันน้ำได้

mi band 6

huawei band 6

huawei band 6 นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะสำหรับคนรักสุขภาพที่ชอบความทันสมัย

เรียกว่าเป็นแบรนด์ที่ทำให้ตื่นตาตื่นใจได้ตลอดกับ Huawei ที่ล่าสุดในปีนี้ได้เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่อย่าง huawei band 6 ออกมาให้ได้ยลโฉมกันด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและฟังก์ชันครบครันในราคาไม่เกินเอื้อม โดยได้เปิดตัวมาเมื่อเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 1,899 บาท ส่วนจะมีฟังก์ชันอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย

Huawei band6 กับฟังก์ชันน่าใช้งาน ทำอะไรได้บ้าง ดีอย่างไร?

หน้าจอ FullView 1.47 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD 194 x 368 พิกเซล มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ที่มีความคมชัด สีสวย ใช้งานกลางแจ้งได้แบบไร้ปัญหา มองเห็นได้ชัดเจน เป็นรุ่นที่นำหน้าจอของรุ่น Pro ในรุ่นก่อน ๆ มาใช้ ซึ่งถือว่าเป็นการเลือกใช้ที่ดี ซึ่งก็ต้องดูกันอีกทีว่าหากมีรุ่น band 6 pro ออกมาจะเลือกใช้หน้าจอแบบไหน

รองรับการออกกำลังกายได้สูงสุด 96 โปรแกรม สำหรับใครที่ชอบออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา มีรุ่นนี้ไว้ไม่มีเหงาอย่างแน่นอน เพราะรองรับโปรแกรมออกกำลังกายได้มากถึง 96 โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ต่อยมวย เล่นฟุตบอล โยคะ และอื่น ๆ โดยทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน

มี Heart rate sensor และ SpO2 Sensor แบบ Optical ที่จะช่วยวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดโดยใช้แสงสีเขียวและแสงสีแดงเพื่อตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ ความเครียด และระดับค่าออกซิเจนในเลือดได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะหากออกซิเจนในเลือดต่ำเกินไปจะทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกายได้

ตรวจจับการนอนได้ สามารถตรวจจับได้ 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่หลับลึก ช่วงที่นอนหลับปกติ ช่วงที่หลับสนิท และช่วงที่งีบหลับ เพื่อให้คะแนนการนอนหลับและประเมินผลว่าการนอนหลับอยู่ในระดับไหน พักผ่อนเพียงพอหรือไม่ เพื่อการนอนหลับที่เพียงพอและส่งผลดีต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ 

ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง ด้วย TruSeenTM 4.0 โดยใช้เลนส์ออปติคัลร่วมกับ AI อัจฉริยะในการประมวลผลเพื่อตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจวัดค่าการทำงานต่าง ๆ พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนหากพบว่ามีการทำงานที่ผิดปกติ

ตรวจวัดอัตราความเครียด ด้วย TruRelax™ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยตรวจวัดอัตราความเครียดในร่างกาย หากพบว่ามีอัตราความเครียดสูงจะแจ้งเตือนให้ทราบ เพื่อให้ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายและช่วยคลายเครียดลงได้

ช่วยสร้างเป้าหมายเพื่อสุขภาพ สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มออกกำลังกายจากตรงไหนดีหัวเว่ย band 6 ก็มีโปรแกรมช่วยสร้างเป้าหมายการออกกำลังกายเพื่อให้คุณออกกำลังกายได้ตามแผนหรือเป้าหมายด้วย 3 กิจกรรมหลัก ๆ ได้แก่ การตรวจนับจำนวนก้าวเดิน การนับจำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรม และระยะเวลาที่ใช้ออกกำลังกาย เพื่อให้คุณทำตามเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

คํานวณรอบเดือนของคุณผู้หญิงได้ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่เป็นกังวลเรื่องการนับรอบเดือนรุ่นนี้ก็มีฟังก์ชันช่วยคำนวณรอบเดือนให้สาว ๆ ด้วย

กันน้ำได้ลึก 50 เมตร สำหรับใครที่ใช้ทำกิจกรรมทางน้ำ สามารถกันน้ำได้ไม่เกิน 50 เมตร ใช้ว่ายน้ำหรือดำน้ำตื้นได้

มีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวเมื่อนั่งนานเกินไป หากนั่งติดต่อกันนานเกินไปจะมีระบบแจ้งเตือนให้ทราบเพื่อให้ลุกเดินหรือขยับร่างกาย ช่วยลดอาการปวดจากการนั่งนานได้

รองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS Huawei Health สามารถรองรับสมาร์ทโฟนระบบ iOS และระบบปฏิบัติการ Android ได้ทุกแบรนด์ จึงไม่ต้องกังวลว่าหากซื้อไปแล้วจะไม่สามารถใช้งานได้

ใช้งานได้ยาวนาน 14 วัน สำหรับใครที่ไม่อยากชาร์จบ่อย ๆสมาร์ทวอทช์หัวเว่ยุ่น band 6 ก็ออกแบบมาให้ใช้งานได้นานถึง 14 วัน และยังรองรับระบบชาร์จเร็วที่ใช้เวลาไม่นานก็ใช้งานต่อได้แล้ว

เปลี่ยนสายนาฬิกาได้ สายนาฬิกาเป็นแบบซิลิโคนเคลือบ UV กันน้ำได้ มีน้ำหนักเบาและไม่ระคายผิว มีให้เลือก 3 สีคือ Graphite Black, Sakura Pink และ Forest Green ส่วนตัวเรือนเป็นโพลีคาร์บอเนต

สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเทมเจ๋ง ๆ เพื่อสุขภาพอยู่ smart watch Huawei ตัวนี้ ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว เพราะราคาไม่แรงจนเกินไป ดีไซน์สวยทันสมัย และฟังก์ชันยังหลากหลายอีกด้วย มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี Dark Grey และ สี Gold เป็นไอเทมที่ช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น และมารอดูกันต่อไปว่า huawei รุ่น band 6 pro จะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นอะไรบ้าง

 huawei band 6

shopping

เคล็ดลับการ shopping online ฉบับมือโปร ช้อปอย่างไรให้ได้ของถูกและดี?

การช้อปปิ้งออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบันนี้ เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดทำให้ออกไปเดินเลือกซื้อของได้ไม่สะดวก คนส่วนใหญ่จึงหันมา shopping แบบออนไลน์แทน เพราะเป็นช่องทางที่สะดวกและตอบโจทย์การใช้งานได้ดี มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ทั้งสินค้าอุปโภคและสินค้าบริโภค สำหรับใครที่สนใจอยากซื้อของออนไลน์เราก็มีเคล็ดลับดี ๆ มาบอกกันว่าควรเลือกซื้ออย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด และนอกจากเรื่องความสะดวกแล้วการซื้อของออนไลน์มีอะไรดีอีกบ้าง?

เคล็ดลับดี ๆ ในการ shopping online ช้อปอย่างไรให้ได้ราคาที่ถูกใจและถูกลงกว่าเดิม?

เลือกช้อปตอน Flash Sale เป็นช่วงเวลาที่แอปพลิเคชันจะขนสินค้าและส่วนลดพิเศษจากร้านค้าต่าง ๆ มาลดราคาให้แบบฟ้าผ่าตลอดทั้งวัน แบ่งออกเป็นช่วงเวลา สินค้าแต่ละช่วงจะไม่เหมือนกัน จะสลับสับเปลี่ยนกันไป หากใครเล็งสินค้าจากร้านไหนไว้ก็กดถูกใจหรือกดใส่ตะกร้ากันไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาได้กดสั่งซื้อทันเวลา เพราะสินค้าที่นำมาลดราคานั้นมีจำนวนจำกัด

ดีลเด็ดรายวัน ในแต่ละวันจะมีดีลดี ๆ มาให้เลือกช้อปแบบไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน เป็นดีลที่มาจากร้านค้าที่เป็นทางการและร้านค้าที่ไม่เป็นทางการ มีให้เลือกหลายประเภท มีตั้งแต่ราคาหลักสิบเลย

ไม่พลาดโปรประจำเดือน ในทุก ๆ เดือนจะมีโปรโมชันประจำเดือนที่ขนสินค้ามาลดทั้งแอปให้เลือกช้อปได้อย่างจุใจ เป็นช่วงเวลากอบโกยที่ไม่ควรพลาด เพราะบางครั้งก็ลดมากถึง 90% กันเลยทีเดียว  

ประหยัดลงได้ด้วยโค้ดส่งฟรี สิ่งสำคัญในการ ช้อปแบบออนไลน์เลยก็คือ เรื่องค่าส่ง เพราะหากต้องเสียค่าส่งราคาแพงอาจทำให้หลายคนเป็นกังวลได้ จึงควรเข้าไปเก็บโค้ดส่งฟรีเอาไว้ก่อนเพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าส่งในการสั่งซื้อ แต่โค้ดส่งฟรีนั้นก็มีระยะเวลาที่จำกัดด้วยเช่นกัน ควรใช้ก่อนหมดอายุ หรือรีบใช้ก่อนโค้ดหมด

ประหยัดอีกขั้นด้วยคูปองลดเพิ่ม เลือกคุ้มค่าได้ 2 ต่อด้วยคูปองลดเพิ่มในแอปพลิเคชันและจากในร้านค้า ช่วยให้คุณช้อปได้ในราคาที่ประหยัดขึ้นกว่าเดิม

ข้อดีของการช้อปปิ้งออนไลน์ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้!

มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ปัจจุบันนี้มีสินค้าครอบคลุมการใช้งานในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน สินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าเด็กอ่อนและของเล่น ซูเปอร์มาร์เก็ตและสัตว์เลี้ยง สินค้าสำหรับบ้านและไลฟ์สไตล์ สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ กีฬาและการเดินทาง ยานยนต์และอุปกรณ์ เติมเงิน& ดีลอาหาร ฯลฯ

มีโปรโมชันและส่วนลดให้เลือกช้อปตลอดทั้งปี นอกจากจะมีโปรให้ช้อปทุก ๆ เดือนแล้วยังมียาวนานตลอดทั้งปี ให้คุณช้อปกันได้แบบไม่มีเบื่อกันเลย 

มีบริการจัดส่งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคไหนก็มีบริการจัดส่งให้ถึงบ้านด้วยระบบขนส่งที่รวดเร็วและหลากหลาย

มีบริการเก็บเงินปลายทาง สำหรับใครที่ไม่สะดวกชำระเงินล่วงหน้าก็มีบริการเก็บเงินปลายทางด้วย เมื่อพนักงานขนส่งมาถึงสามารถชำระเงินสดกับพนักงานได้เลย แต่นอกจากนี้ก็ยังมีชำระผ่านช่องทางอื่น ๆ ด้วย เช่น การโอนผ่านบัญชีธนาคาร การชำระผ่านบัตรเดบิตหรือเครดิต ฯลฯ

มีร้านค้า Official จากแบรนด์แท้ 100% หากใครกลัวว่าจะโดนหลอกก็มั่นใจได้ด้วยร้านค้า Official ที่เป็นร้านค้าจากแบรนด์แท้ 100% มาเปิดให้เลือกช้อปกันแบบสะดวกสบาย

ช้อปได้ทั้งสินค้าในไทยและต่างประเทศ ไม่เพียงแต่สินค้าในประเทศไทยแต่สินค้าจากต่างประเทศก็สามารถสั่งซื้อได้เช่นกัน

ช้อปผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา ช้อปได้ 2 ช่องทางหลัก ทั้งทางแอปพลิเคชันและทางเว็บไซต์ เลือกช้อปได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จัดสินค้าเอาไว้ตามหมวดหมู่ ช่วยให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น เมื่อต้องการสินค้าอะไรก็คลิกเข้าไปในหมวดนั้นได้เลย หรือจะกดค้นหาเพิ่มเติมก็ได้ สามารถกรองข้อมูลได้ตามที่ต้องการ เช่น แบรนด์ สี ไซส์ ราคา ฯลฯ

เช็คสถานะการสั่งซื้อและการขนส่งได้ในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ เมื่อสั่งซื้อสินค้าแล้วสามารถเช็คสถานะขนส่งในแอปพลิเคชันได้เลย ช่วยให้ทราบขั้นตอนการขนส่งต่าง ๆ 

สำหรับใครที่ชอบช้อปปิ้งแล้ว การช้อปออนไลน์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยม เพราะสามารถสั่งซื้อของที่ต้องการได้อย่างสะดวกเพียงปลายนิ้ว และยังมีโปรโมชันส่วนลดให้อีกมากมาย ช้อปได้ง่าย ๆ ในราคาที่คุ้มกว่าเดิม

 shopping

จัดส่งฟรี

จัดส่งฟรี บริการดี ๆ ที่นักช้อปปิ้งออนไลน์ไม่ควรมองข้าม กับเคล็ดลับการใช้งานที่น่าสนใจ 

แม้ว่าการซื้อของออนไลน์จะเป็นช่องทางที่สะดวกสบายแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจคือเรื่องค่าจัดส่ง ที่แม้ว่าของจะมีราคาที่ลดลงแต่หากต้องเสียค่าส่งเพิ่มแล้วคงทำให้คิดหนักไม่น้อยเลย เว็บช้อปปิ้งออนไลน์ต่าง ๆ จึงมีบริการ จัดส่งฟรี เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานด้วย แต่การส่งฟรีที่ว่านี้ก็มีเงื่อนไขที่ควรทราบด้วยเช่นกัน เพราะหากเลือกใช้ไม่ถูกขั้นตอนก็จะทำให้พลาดส่วนลดดี ๆ ไปได้ วันนี้จึงมีวิธีการใช้โค้ดส่งฟรีมาบอกกันว่ามีวิธีการใช้อย่างไร และมีเรื่องอะไรที่ควรรู้บ้าง เพื่อให้ได้สินค้าที่ส่งฟรีตามความต้องการ

ขั้นตอนการใช้โค้ดส่งฟรีจากเว็บช้อปปิ้งออนไลน์

เก็บโค้ดส่งฟรีเอาไว้ก่อน ก่อนจะช้อปสินค้าชิ้นไหนควรเข้าไปเก็บโค้ดส่งฟรีเอาไว้เสียก่อน โดยในหน้าเว็บไซต์หรือในแอปพลิเคชันจะมี Free Delivery ให้เข้าไปเลือกเก็บ เพราะหากไม่มีโค้ดก็ไม่สามารถสั่งซื้อแบบส่งฟรีได้

อย่าลืมดูรายละเอียดในโค้ดว่าใช้สำหรับการสั่งซื้อแบบไหน แต่ละโค้ดจะรายละเอียดบอกว่าใช้สำหรับคำสั่งซื้อแบบไหนหรือสินค้าในหมวดไหน ควรอ่านให้ดีก่อนใช้

ดูอายุโค้ดว่าใช้ได้ถึงตอนไหน โค้ดที่นำมาแจกมีจะช่วงเวลาที่จำกัดเอาไว้ว่าสามารถใช้งานได้ภายในกี่โมง กี่วัน เพราะหากเลยเวลาแล้วโค้ดจะไม่สามารถใช้ได้

เลือกสินค้าที่ต้องการและกดใช้โค้ด เมื่อเลือกสินค้าใส่ตะกร้าและเก็บโค้ดมาแล้วก็สั่งซื้อได้เลย โดยโค้ดจัดส่งฟรีจะเป็นส่วนลดค่าจัดส่งในคำสั่งซื้อนั้น ๆ ช่วยให้ประหยัดยิ่งขึ้น

รีบใช้ก่อนที่โค้ดจะหมด โค้ดส่งฟรีจะมีจำนวนที่จำกัด แม้จะยังไม่หมดเวลาการใช้งาน แต่หากมีผู้ใช้งานครบตามจำนวนที่กำหนดแล้วโค้ดก็หมดก่อนเวลาได้ ทำให้ใช้โค้ดส่วนลดไม่ได้นั่นเอง เมื่อเก็บมาแล้วจึงควรรีบใช้

เรื่องที่หลายคนมักเข้าใจผิดในการใช้โค้ดสำหรับ จัดส่งฟรี

คิดว่าแค่กดสั่งซื้อก็ส่งฟรีแล้ว หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าการจัดส่งฟรีนั้นเพียงแค่กดสั่งซื้อของก็มีบริการส่งฟรีแล้ว แต่ความจริงแล้วจะต้องใช้โค้ดในการใช้ส่วนลดด้วย นอกเหนือจากเงื่อนไขหรือโปรโมชันของร้านค้านั้น ๆ หากเข้าไปกดสั่งซื้อของแล้วแต่ไม่มีโค้ดก็ต้องเสียค่าจัดส่งตามปกติ

โค้ดส่งฟรีสามารถใช้ได้กับทุกการสั่งซื้อ ในกรณีที่สั่งซื้อสินค้าหลายชิ้นจากหลายร้านค้า โค้ดส่วนลด 1 โค้ดสามารถใช้ได้กับการสั่งซื้อเพียงครั้งละ 1 ร้านค้าเท่านั้น สามารถซื้อสินค้ากี่ชิ้นก็ได้แต่ต้องเป็นสินค้าที่อยู่ในร้านเดียวกัน หากเป็นสินค้าที่อยู่คนละร้านจะต้องสั่งซื้อแยกและใช้โค้ดส่วนลดเพิ่ม ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคำสั่งซื้อในครั้งเดียว

โค้ดส่งฟรีมีให้ใช้ตลอด ไม่มีหมดอายุ หลายคนเข้าใจว่าโค้ดส่งฟรีที่เก็บมานั้นสามารถใช้งานได้ตลอด จะใช้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความจริงแล้วมีอายุการใช้งานที่จำกัด ทำให้พลาดโค้ดส่วนลดดี ๆ ไป และทำให้เข้าใจผิดว่าเว็บช้อปปิ้งออนไลน์หรือร้านค้านั้น ๆ ไม่ได้ส่งฟรีอย่างที่โฆษณาได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงโค้ดส่งฟรีที่ไม่ตรงกับเงื่อนไขการสั่งซื้อที่ไม่สามารถใช้ได้ด้วย

โค้ดส่งฟรีช่วยลดค่าจัดส่งได้ทั้งหมด สำหรับการสั่งซื้อของขนาดใหญ่หรือของที่มีน้ำหนักมากค่าจัดส่งจะเพิ่มขึ้นตามน้ำหนักและขนาดกล่อง โค้ดส่งฟรีเป็นเพียงโค้ดส่วนลดที่ช่วยลดค่าจัดลงเท่านั้น ไม่ได้ลดค่าส่งทั้งหมดเสมอไป แต่หากเป็นสินค้าขนาดเล็กที่ค่าจัดส่งอยู่ที่ 30 – 40 บาท สามารถจัดส่งฟรีได้โดยไม่เสียค่าจัดส่งเพิ่มเติม

ข้อดีของบริการ Free Delivery 

1.ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ เพราะหากเสียค่าจัดส่งก็ต้องเพิ่มเงินอีกหลายบาทเลยทีเดียว

2.ส่งฟรีได้จริงหากใช้อย่างถูกวิธี เพียงเลือกใช้ให้เหมาะกับประเภทของสินค้าก็ไม่ต้องเสียค่าจัดส่งเพิ่มแล้ว

3.ใช้ได้กับทุกช่องทางการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่าน Mobile Banking การชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต การโอนผ่านธนาคาร และการชำระเงินปลายทาง

4.สามารถใช้ได้กับสินค้าทุกประเภทที่เข้าร่วมรายการ

5.ใช้ได้กับทุกพื้นที่การสั่งซื้อตามที่ระบุไว้

สำหรับใครที่ชอบช้อปปิ้งออนไลน์แต่พลาดการจัดส่งฟรีไปบ่อย ๆ ก็สามารถนำเทคนิคการใช้โค้ดส่งฟรีไปลองใช้กันได้ เพื่อให้ช้อปปิ้งได้สบายใจและไม่ต้องเสียค่าจัดส่งเพิ่ม   จัดส่งฟรี

vans

5 รองเท้า vans รุ่นฮิตตลอดกาลที่สายสตรีทควรมีติดตู้ไว้!

แวนส์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ปี 1966 โดย Paul Van Doren ร่วมกับ Serge D’Elia และ Gordon Lee ที่เป็นหุ้นส่วน โดยพวกเขามีความสนใจเกี่ยวกับรองเท้าพื้น Waffle เป็นอย่างมาก จึงได้พัฒนารองเท้าแบบต่าง ๆ ออกมาวางขายอย่างไม่ย่อท้อ และในการวางขายครั้งแรกรองเท้าของพวกเขาก็ได้รับความนิยมอย่างดีจนทำให้ไม่พอขาย Paul Van Doren ให้ความสนใจกับกระแสรอบตัวเพื่อพัฒนารองเท้าออกมาให้ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานอยู่เสมอ อย่างในช่วงปี 1970 ที่กระแส Skateboard ได้รับความนิยม เพราะเป็นช่วงที่ทะเลทางฝั่งแคลิฟอร์เนียไม่มีคลื่นจึงได้ผลิตกีฬาชนิดนี้ขึ้นมาแทน และด้วยความนิยมพวกเขาจึงได้ออกแบบรองเท้าสำหรับเล่น Skateboard ที่มีความแข็งแรงและทนทานจนทำให้ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง “Fast Times at Ridgemont High” ที่ Sean Penn นักแสดงที่รับบทเล่นเซิร์ฟในเรื่องได้สวมใส่รองเท้า vans นั่นเอง

5 รองเท้า vans ที่ฮิตตลอดกาล ฮิตตั้งแต่รุ่นพ่อสู่รุ่นลูก!

1. Old Skool เป็นรุ่นที่ถือว่าได้รับความนิยมที่สุดเลยก็ว่า ด้วยลายดูเดิลด้านข้างที่วาดขึ้นมาแบบมั่ว ๆ แต่กลับกลายเป็นจุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้ได้อย่างยาวนาน เปิดตัวเมื่อปี 1977 และในปัจจุบันนี้รุ่นนี้ก็ยังคงเป็นรองเท้าขายดีอยู่เสมอ เป็นรุ่นที่สายสตรีททุกคนจะต้องมี

2. Authentic เป็นรองเท้าผ้าใบดีไซน์เรียบ ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากด้วยดีไซน์ที่เรียบแต่มีเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเอง จุดเด่นของรองเท้า vans รุ่นนี้คือ พื้นรองเท้าที่ออกแบบมาให้พื้นสูงกว่ารองเท้าผ้าใบทั่วไป และการเดินเส้นด้ายรอบตัวรองเท้า เปิดตัวมาในปี 1966 และยังติดอันดับรองเท้าขายดีอยู่ในปัจจุบันนี้

3. Era เปิดตัวมาในปี 1976 มาพร้อมกับโลโก้ “Off the Wall” ที่ยังคงใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ ออกแบบโดย Tony Alva และ Stacy Peralta 2 นัก Skateboard ที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน จุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้คือ พื้นรองเท้า ที่ 2 นักสเก็ตได้ออกแบบมาให้มีพื้นรองเท้าที่สูงเพื่อรองรับแรงกระแทกบริเวณข้อเท้าในการเล่น Skateboard 

4. Slip-On เปิดตัวมาในปี 1977 เป็นรุ่นที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยเพราะฮิตสุด ๆ และถือเป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ เพราะเป็นรุ่นที่นักแสดงในเรื่อง “Fast Times at Ridgemont High” สวมใส่นั่นเอง โดยรุ่นนี้จะต่างจากรุ่นอื่น ๆ เพราะเป็นรองเท้าผ้าใบแบบสวมที่ออกแบบมาให้ไม่มีเชือกผูกรองเท้า และสวมใส่สบาย

5. Half Cab เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่แวนส์ออกแบบมาสำหรับการเล่น Skateboard โดยได้ออกแบบจากความนิยมในการเล่นทริคฟลิป เพื่อให้รองเท้ารองรับช่วงข้อเท้าในการเล่นได้ดี เป็นรองเท้าครึ่งข้อที่มีข้อรองเท้าสูงกว่าแบบอื่น และมีพื้นรองเท้าที่หนา เปิดตัวมาในปี 1992

เคล็ดลับการเลือกซื้อรองเท้าแวนส์ จะรู้ได้อย่างไรว่ารุ่นไหนที่เหมาะกับเรา?

เลือกจากประโยชน์ใช้งาน หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าความจริงแล้ว vans เป็นรองเท้ากีฬา ไม่ได้เป็นรองเท้าแฟชั่นเพียงอย่างเดียว ในการออกแบบจะเน้นจะการสวมใส่ที่สบายและช่วยซัพพอร์ตเท้าในด้านต่าง ๆ จึงควรเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการสวมใส่ เช่น ใช้สำหรับใส่เล่น Skateboard เหมาะสำหรับรุ่น Half Cab, Old Skool, Sk8-Hi, Chukka Low ฯลฯ เพราะออกแบบมาให้รองรับแรงกระแทกและช่วยซัพพอร์ตข้อเท้าได้

เลือกจากประเภทของข้อรองเท้า หลัก ๆ แล้วจะมี 2 แบบคือ แบบครึ่งข้อและแบบหุ้มข้อ

เลือกจากพื้นรองเท้า บางรุ่นออกแบบมาเป็นพื้นบาง บางรุ่นออกแบบมาเป็นพื้นหนา โดยพื้นหนาจะมีจุดเด่นตรงที่รับแรงกระแทกได้ดี ใส่สบายเท้า ใส่เล่นกีฬาก็ได้ ใส่เดินเล่นก็ได้ ส่วนแบบส้นบางจะเน้นความสะดวกสบายและความคล่องตัว เป็นรุ่นที่นักดนตรีนิยมใส่ เช่น มือกลอง ที่ใช้เหยียบกระเดื่อง เพราะจะทำให้จับจังหวะได้ง่าย รับความรู้สึกได้ดีกว่าแบบพื้นหนา เพราะหากพื้นรองเท้าหนาเกินไปจะทำให้จับจังหวะยาก

เลือกจากดีไซน์ นอกจากรุ่นที่ผลิตออกมาเองแล้วยังมีรุ่นที่ไป Collaborate กับแบรนด์อื่น ๆ เพื่อผลิตออกมาในคอลเลกชันพิเศษด้วย สามารถเลือกได้ตามดีไซน์ที่ชอบ

แวนส์ เป็นรองเท้าผ้าใบวินเทจที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ หากใครที่ชอบแนวสตรีท เรียบง่าย แต่เท่ มีสไตล์ ไม่ควรพลาดเลย!

 vans

เสื้อมัดย้อม

เคล็ดลับการดูแล เสื้อมัดย้อม ให้สีสด ไม่ซีด และดูสวยอยู่เสมอ?

เสื้อมัดย้อม เป็นแฟชั่นที่ไม่เคยหายไปจากวงการแฟชั่นเลย และยังคงวนเวียนกลับมาได้รับความนิยมอยู่เสมอด้วยความสวยงามที่มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง ทำให้เป็นเสื้อผ้าที่ดังไกลไปทั่วโลก ผ้ามัดย้อมเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่นักมานุษยวิทยาสันนิษฐานว่าเกิดจากการฟอกสีด้วยแสงอาทิตย์จนได้ผ้ามัดย้อมออกมาโดยบังเอิญ โดยประเทศที่พบผ้ามัดย้อมได้บ่อยคือ แอฟริกา อินเดีย อินโดนีเซีย จีน และญี่ปุ่น ผ้ามัดย้อมได้เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อปี 1909 โดยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และเริ่มได้รับความนิยมในปี 1960 เรื่อยมา จนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบันนี้

อยากใส่เสื้อผ้ามัดย้อม มีแบบไหนให้เลือกใส่บ้าง?

เสื้อยืดมัดย้อม เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเสื้อยืดเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่ายและแมทช์กับชุดต่าง ๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ กระโปรง เสื้อแจ็คเก็ต หรืออื่น ๆ มีหลายไซส์หลายสีให้เลือก มีทั้งเสื้อมัดย้อมผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก

เดรสมัดย้อม เป็นชุดที่นิยมสำหรับสาว ๆ นิยมใส่ไปเที่ยวทะเล ให้ฟิลที่สบาย ๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อน มีทั้งเดรสยาวและเดรสสั้น

กางเกงมัดย้อม นอกจากเสื้อแล้วกางเกงก็นิยมนำมามัดย้อมด้วยเช่นกัน มีให้เลือกหลายทรง ทั้งขาสั้นและขายาว

เสื้อมัดย้อมคู่ เป็นชุดคู่รักที่ได้รับความนิยมในช่วงหน้าร้อน นิยมใส่ไปเที่ยวทะเลคู่กัน ซึ่งในการใส่เสื้อคู่ก็ไม่ใช่แค่การใส่กับคนรักเพียงอย่างเดียว แต่ยังนิยมใส่เป็นคู่แม่ – ลูก, พ่อ – ลูก, คู่เพื่อนซี้ นอกจากนี้ยังนิยมสวมใส่กันเป็นครอบครัวด้วย

ชุดมัดย้อม หากใครที่ชอบใส่เสื้อผ้าแบบมัดย้อมก็มีวางขายแบบเป็นชุดด้วย มีทั้งชุดกางเกงและชุดกระโปรง สามารถหาซื้อมาใส่แบบเป็นเซตกันได้

จุดเด่นของผ้ามัดย้อม ทำไมถึงเป็นเสื้อผ้าที่นิยม?

เนื้อผ้าสวมใส่สบาย เสื้อมัดย้อมส่วนมากแล้วจะทำมาจากผ้าใยธรรมชาติ เช่น ผ้าคอตตอน ผ้าลินิน ผ้าฝ้าย ฯลฯ เพราะเนื้อผ้าจากธรรมชาติจะช่วยให้สีติดง่ายและสีติดทนกว่าผ้าประเภทอื่น และข้อดีอีกหนึ่งอย่างคือผ้าธรรมชาตินั้นมีเนื้อผ้าที่นุ่ม ระบายอากาศได้ดี ไม่ยืดหรือหดง่าย ทำให้สวมใส่ได้สบาย

สีสันสวยงาม เสื้อผ้ามัดย้อมจะเน้นสีสันที่สดใส นำสีต่าง ๆ ที่ได้จากธรรมชาติมาใช้มากมาย โดยสีที่ได้รับความนิยมคือ สีคราม ที่ได้จากคราม, สีแดง ได้จากแก่นฝาง, สีม่วง ได้จากลูกหว้า, สีน้ำตาล ได้จากเปลือกมังคุด

มีเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร ผ้ามัดย้อมส่วนมากแล้วเป็นการทำด้วยมือ ทำให้เสื้อผ้าแต่ละตัวมีสีและลวดลายที่ไม่เหมือนกันสามารถออกแบบลวดลายเองได้ 

สามารถนำไป DIY เสื้อผ้าตัวเก่าให้ใหม่ขึ้นได้ หากมีเสื้อผ้าตัวเก่าที่ไม่ค่อยได้ใส่แล้วก็สามารถนำมามัดย้อมเป็นเสื้อตัวใหม่ได้

ทันกระแสอยู่เสมอ เพราะมัดย้อมเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลกอยู่เสมอ จึงเป็นแฟชั่นที่อยู่ในกระแสอยู่ตลอดเวลา ไม่มีเอาท์

สวมใส่ได้ทุกโอกาส ไม่เพียงแต่ใส่ไปเที่ยวทะเล แต่ยังนำมาแมทช์กับเสื้อผ้าตัวอื่นใส่ได้อีกหลายโอกาส เช่น การใส่ไปเที่ยว 

เคล็ดลับการดูแล เสื้อมัดย้อม ให้มีสภาพเหมือนใหม่อยู่เสมอ

ซักแยกกับผ้าขาว สำหรับการซักครั้งแรกแนะนำให้แยกซักและไม่ซักรวมกับผ้าสีขาว เพราะอาจทำให้สีตกใส่ได้

ซักครั้งแรกแช่ในน้ำเกลือก่อน การซักครั้งแรกให้แช่ในน้ำเกลือทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

เลือกผงซักฟอกสูตรธรรมดา ควรหลีกเลี่ยงผงซักฟอกสูตรเข้มข้นเพื่อถนอมใยผ้า

แช่น้ำยาปรับผ้านุ่มเพื่อช่วยให้ผ้านุ่มขึ้น สามารถใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มได้ตามปกติ จะช่วยให้ผ้านุ่มและหอมขึ้นได้

หลีกเลี่ยงการอบแห้ง ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องอบผ้าที่ใช้ความร้อนสูงในการอบผ้าให้แห้งเพราะจะทำให้สีซีดลงได้

ตากแดดอ่อน ๆ เลี่ยงแดดจัด ควรตากแดดอ่อน ๆ เช่น แดดตอนเช้า หรือตากในร่มที่มีลมโกรกแทนการตากแดดจัด

สำหรับใครที่ชอบใส่เสื้อมัดย้อมก็สามารถหาซื้อมาใส่กันได้แล้ว มีให้เลือกหลายสีหลายแบบกันเลย หรือจะเป็นเสื้อมัดย้อมคู่ก็มีเช่นกัน เป็นเสื้อผ้าที่ควรมีติดตู้ไว้ เพราะหยิบมาใส่ตอนไหนก็ไม่เอาท์ เสื้อมัดย้อม

lyn

lyn Around แบรนด์หรูในราคาที่เป็นมิตรสำหรับสาว ๆ สวยได้ไม่ต้องจ่ายเยอะ!

หากพูดถึง ลิน อราวด์ แล้วเชื่อว่าสาว ๆ จะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับผู้หญิงที่ได้รับความนิยมในกลุ่มของสาว ๆ มาเป็นเวลานาน และดูเหมือนว่าความฮอตนั้นจะไม่ลดลงไปเลย เพราะไม่ว่าจะออกมากี่คอลเลกชันก็ได้รับความนิยมไปอยู่เสมอ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า lyn Around เป็นแบรนด์ที่อยู่ในเครือของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท ยัสปาล จำกัด บริษัทธุรกิจแฟชั่นขนาดใหญ่ที่มีแบรนด์ดังมากมาย ส่วนแบรนด์นี้ได้ก่อตั้งขึ้นโดย คุณสุวิตา จันทร์ศรีชวาลา เมื่อปี พ.ศ.2554 ภรรยาทายาทยัสปาลที่หันมาดูแลธุรกิจแฟชั่นและต่อยอดจนกลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและเป็นขวัญใจสาว ๆ มาจนถึงทุกวันนี้

เสื้อผ้า ลิน อราวนด์ จากจุดเริ่มต้นสู่ความนิยมที่เติบโตไปทั่วโลก? 

เสื้อผ้าผู้หญิง เป็นสินค้าชนิดแรกที่ได้เริ่มเปิดตัวออกมา โดยเน้นไปที่ผู้หญิงทุก ๆ วัย โดยเฉพาะสาว ๆ ในวัยทำงานที่อยากให้สาว ๆ ใช้สินค้าแบรนด์เนมได้ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปและเป็นเจ้าของได้ ทำให้สาว ๆ เข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นและทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสินค้าที่วางขายก็มีหลายประเภท ได้แก่ เสื้อยืด เสื้อแจ็คเก็ต เดรส ชุดเซ็ท ชุดว่ายน้ำ กางเกงขายาว กางเกงขาสั้น กระโปรง และยีนส์

ชุดเด็ก ได้แก่ ชุดเดรสสั้น เดรสยาว เสื้อ กางเกง ชุดเซ็ท กระโปรง ชุดว่ายน้ำ และยีนส์ หลายคนอาจคิดว่า ลิน เป็นแบรด์แฟชั่นผู้หญิงโตเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วก็ผลิตเสื้อผ้าสำหรับเด็กด้วยแรงบันดาลใจจากการที่เห็นเด็ก ๆ อยากสวมใส่เสื้อผ้าเหมือนกับแม่ของตัวเอง จึงได้ออกแบบเสื้อผ้าเด็กมาให้เด็ก ๆ ใส่กับคุณแม่ได้

กระเป๋า lyn Around ไอเทมฮิตของสาว ๆ ในยุคนี้ ความฮอตที่ฉุดไม่อยู่

กระเป๋าสะพายข้าง เป็นกระเป๋าลิน ที่ได้รับความนิยมที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นกระเป๋าที่เหมาะสำหรับทุกวัยและเป็นกระเป๋าที่สาว ๆ นิยมใช้ มีให้เลือกหลายขนาด เลือกไซส์ได้ตามความต้องการ พกพาสะดวก สะพายติดตัวได้ง่าย บางรุ่นออกแบบมาให้มีหูหิ้วในตัว เลือกใช้งานได้ทั้งแบบถือและแบบสะพายข้าง

กระเป๋าสตางค์ มี 2 แบบให้เลือกคือ แบบใบสั้นและแบบใบยาว โดยดีไซน์กระเป๋าสตางค์ของลินจะมีความหวานและมีลูกเล่นเยอะ เหมาะสำหรับสาวหวานโดยเฉพาะ

กระเป๋าถือ เป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ถูกใจสาว ๆ เพราะทำออกมาได้น่าใช้งานสุด ๆ มีให้เลือกหลายทรง หลายสไตล์ มีทั้งแบบเรียบ ๆ และแบบหวานแหวว 

กระเป๋า Clutch เป็นกระเป๋าหนีบข้างลำตัวที่สาว ๆ นิยมพกออกงาน ช่วยเสริมลุคให้สาว ๆ ได้

กระเป๋าคล้องแขน จุดเด่นของกระเป๋าคล้องแขนคือห่วงหรือหูหิ้วกระเป๋าที่ออกแบบมาให้โดดเด่นกว่ากระเป๋าแบบอื่น ๆ ส่วนด้านดีไซน์ก็ไม่แพ้กันเลย

กระเป๋าสะพายหลัง หรือที่หลายคนเรียกว่ากระเป๋าเป้ แต่กระเป๋าเป้ของลินจะไม่ได้ดูเป็นเป้ซะทีเดียว แต่แฝงไปด้วยความสดใสตามสไตล์ของแบรนด์ ส่วนทางด้านดีไซน์ก็จะออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้ง 2 แบบ มีหูด้านบนสำหรับถือ และมีสายสะพายมาให้ สามารถถอดออกได้เมื่อไม่ใช้งาน 

เครื่องประดับและสินค้าอื่น ๆ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของสาว ๆ 

นาฬิกา นาฬิกาของ lyn จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่หลักพันต้น ๆ ดีไซน์ส่วนใหญ่ก็ยังความหวานและลูกเล่นต่าง ๆ เอาไว้อยู่เหมือนเดิม มีดีเทลทั้งในส่วนของหน้าปัดและสายนาฬิกา 

รองเท้า มีหลายแบบ อาทิ รองเท้าแตะ รองเท้าแบบสวม รองเท้าส้นสูงแบบเปิดส้น รองเท้าส้นแบนแบบรัดส้น ฯลฯ 

หมวก และ หมวกแก๊ป มีให้เลือกหลายลวดลายและหลายทรง มีทั้งแบบสีพื้นและแบบสดใสมีลวดลาย

เครื่องประดับ อาทิ ต่างหู แหวน ที่คาดผม สายเข็มขัด สร้อยคอ

ผ้าพันคอ มีให้เลือกหลายลาย มีทั้งผ้าพันคอผืนใหญ่แบบผูกเอง และผ้าพันคอแบบคล้องคอหรือแบบสวม

สินค้าอื่น ๆ ได้แก่ เคสโทรศัพท์ ผ้าคาดผม ผ้าผูกผม ผ้าพันคอ

ด้วยสไตล์ที่โดดเด่นนี้เองที่ทำให้ lyn Around ได้รับความนิยมจากสาว ๆ มาอย่างยาวนาน เพราะมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและตอบโจทย์ความต้องการของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ชอบความงามในแบบของลินก็สามารถหาซื้อสินค้ามาใช้กันได้ มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน lyn

รองเท้าบาส

เทคนิคการเลือกซื้อ รองเท้าบาส แบบมือโปร เลือกอย่างไรถูกใจ?

รองเท้าบาส เป็นรองเท้ากีฬาประเภทหนึ่งที่นอกจากจะใส่ในการแข่งขันแล้ว ยังนิยมสวมใส่เป็นรองเท้าแฟชั่นในชีวิตประจำวันด้วย เพราะเป็นรองเท้าที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี สวมใส่สบาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะ สำหรับหนุ่ม ๆ คนไหนที่กำลังมองหารองเท้าสำหรับบาสเกตบอลอยู่แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกอย่างไร เราไปดูเทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกซื้อกันว่าควรเลือกอย่างไรให้ได้รองเท้าที่โดนใจแบบมือโปร

ประเภทของรองเท้าบาส มีแบบไหนบ้าง แต่ละแบบเหมาะสำหรับตำแหน่งการเล่นแบบไหน?

High-tops คือรองเท้าหุ้มข้อแบบสูงที่ถือเป็นจุดเด่นของรองเท้าใส่เล่นบาสเลยก็ว่าได้ เพราะออกแบบมาให้มีลักษณะสูงหุ้มข้อเท้า แต่ความสูงที่ให้มานี้ก็ใช่ว่าออกแบบมาเพื่อความเท่เพียงอย่างเดียว เพราะออกแบบให้มาช่วยซัพพอร์ตข้อเท้าได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับผู้เล่นในตำแหน่ง Center ที่ต้องกระโดดชู้ตแต้มบ่อย ๆ โดยความสูงของข้อรองเท้าจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บของข้อเท้าจากการกระโดดขึ้น – ลงในอากาศ 

Mid-tops คือรองเท้าหุ้มข้อแบบกลาง จะมีลักษณะคล้ายกับแบบ High-tops แต่จะเตี้ยกว่า โดยจะมีความสูงอยู่เหนือตาตุ่ม เหมาะสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งเกมรุกและเกมรับที่ต้องอาศัยความคล่องตัวเป็นหลัก และการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เป็นชนิดที่นิยมใช้งานมากที่สุด เพราะมีความคล่องตัวสูง และช่วยซัพพอร์ตเท้าได้ดี

Low-tops คือรองเท้าหุ้มข้อแบบข้อต่ำ เหมาะสำหรับผู้เล่นในตำแหน่ง Guard ที่ต้องใช้ความเร็วและความคล่องตัวสูง

ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาเพื่อความคล่องตัว แต่จะซัพพอร์ตข้อเท้าได้ไม่เท่ารองเท้าประเภทอื่น 

การเลือกซื้อรองเท้าบาสผู้ชายควรพิจารณาจากอะไรบ้าง?

เลือกจากประเภทที่เหมาะสมกับตำแหน่งการเล่น เพราะรองเท้าบาสแต่ละแบบออกแบบมาให้รองรับการใช้งานของผู้เล่นในตำแหน่งที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ พื้นรองเท้า วัสดุ และเทคโนโลยีการออกแบบต่าง ๆ จึงควรทราบก่อนว่าต้องการรองเท้าไปใช้เล่นในตำแหน่งไหน เพื่อช่วยซัพพอร์ตข้อเท้าและซัพพอร์ตการเล่นให้ดีขึ้น 

เลือกไซส์ที่พอดีกับเท้า แม้จะเป็นรองเท้าไซส์เดียวกันแต่รองเท้าแต่ละทรงมีการออกแบบและรูปทรงที่ไม่เหมือนกัน จึงควรเลือกไซส์ที่ลองใส่แล้วพอดีกับเท้า เพราะลักษณะเท้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน 

ควรลองใส่ก่อนซื้อ เพื่อการสวมใส่ที่สะดวกสบายตลอดการเล่นควรไปลองใส่ด้วยตัวเองก่อนซื้อ เพราะนอกจากจะได้เลือกไซส์แล้ว ยังได้ลองใส่เดิน ใส่วิ่ง กระโดด หรือได้ลองเคลื่อนที่ในท่วงท่าต่าง ๆ เพื่อดูว่าเหมาะสมกับเท้าของตัวเองหรือไม่

พิจารณาจากน้ำหนักและวัสดุของรองเท้า วัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติการใช้งานและน้ำหนักที่ไม่เหมือนกัน จึงควรพิจารณาจากวัสดุด้วย โดยวัสดุที่นิยมนำมาผลิตรองเท้าบาสผู้ชายคือ หนังและผ้า เช่น หนังนิ่มและผ้าตาข่าย วัสดุผ้าจะช่วยระบายอากาศได้ดี ทำให้ไม่อับชื้น หรือหนังนิ่มที่มีความนุ่มสบายและมีความยืดหยุ่น 

พิจารณาจากสนามและพื้นรองเท้า ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากเพราะสนามมีผลต่อรองเท้าและการเล่นด้วย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สนามแบบ Indoor เช่น สนามพื้นยาง พื้นปาร์เก้ และสนามแบบ Outdoor เช่น พื้นคอนกรีต โดยรองเท้าแต่ละแบบจะออกแบบมาให้ยึดเกาะกับพื้นสนามแต่ละประเภทได้เป็นอย่างดี ช่วยให้มีความคล่องตัว และช่วยลดแรงกระแทกได้ หากเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสมกับพื้นสนามจะส่งผลให้พื้นรองเท้าสึกเร็วและยังลดประสิทธิภาพในการเล่นบาสเกตบอลของผู้เล่นลงด้วย ทำให้เคลื่อนไหวได้ช้าลงหรือไม่คล่องตัว รองรับแรงกระแทกไม่ดี ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่ข้อเท้าและขาได้ง่าย

เลือกจากดีไซน์และการออกแบบ การออกแบบนั้นถือว่าสำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าออกแบบมาดีและเหมาะสมกับการใช้งานก็จะช่วยซัพพอร์ตเท้าได้ดีขึ้น เช่น ออกแบบมาให้รับรูปเท้า ออกแบบมาให้ซัพพอร์ตข้อเท้า ออกแบบมาให้ยึดเกาะพื้นสนามได้อย่างดีเยี่ยม ออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี รวมถึงเทคโนโลยีการออกแบบอื่น ๆ ที่ล้วนส่งผลดีต่อเท้าด้วย

เพราะรองเท้าบาสเป็นรองเท้าที่ใช้ในการแข่งขัน จึงควรเลือกให้ดี เหมาะสมกับเท้าและตำแหน่งการเล่นของตัวเองเพื่อการเล่นที่ดียิ่งขึ้น และช่วยลดการบาดเจ็บไปในตัว ส่วนเรื่องของแฟชั่น และ ดีไซน์ก็เลือกตามสไตล์ที่ชอบกันได้เลย

รองเท้าบาส

เช็คหมายเลขการสั่งซื้อ

4 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการ เช็คหมายเลขการสั่งซื้อ LAZADA ผ่านมือถือ พัสดุอยู่ที่ไหน รู้ได้!

สิ่งที่ทำให้หลายคนมักกังวลใจในการสั่งซื้อของออนไลน์คือ สถานะ การจัดส่งสินค้า เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ร้านค้าส่งของให้หรือยัง? ของส่งมาถึงที่ไหนแล้ว? จะได้รับวันไหน? เพื่อได้เตรียมรับของได้ทันเวลาและวางแผนได้ถูก สำหรับใครที่ช้อปปิ้งออนไลน์กับ LAZADA ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะสามารถ เช็คหมายเลขการสั่งซื้อ ได้ง่าย ๆ ในไม่กี่ขั้นตอน ไม่ว่าจะเช็คผ่านมือถือหรือเช็คผ่านเว็บไซต์ก็ทำได้แบบสบาย ๆ ช่วยให้คุณติดตามสถานะได้ง่ายขึ้น ส่วนจะมีวิธีทำอย่างไร ไปดูกันเลย

เช็คหมายเลขการสั่งซื้อ lazada ผ่านแอปพลิเคชันได้ง่าย ๆ ใน 4 ขั้นตอน

1. เข้าไปที่แถบเมนู “บัญชี” เมื่อกดเข้าไปในแอปพลิเคชันของ LAZADA จะมีแถบเมนู “บัญชี” อยู่ทางด้านล่างขวามือ 

2. เลือกคำสั่งซื้อที่ต้องการติดตามสถานะ ในกรณีที่มีคำสั่งซื้อหลายหมายเลขหรือสั่งซื้อสินค้าหลายชิ้น ให้เลือกสินค้าหมายเลขที่ต้องการติดตาม โดยติดตามได้ครั้งละหนึ่งหมายเลข 

3. กดคำว่า “ติดตามพัสดุ” เมื่อกดเข้าไปแล้วจะเป็นหน้ารายการสั่งซื้อ ให้กดคำว่า “ติดตามพัสดุ” ที่ด้านล่างทางซ้ายมือ

4. ตรวจดูสถานะจัดส่งได้เลย เมื่อกดเข้าไปแล้วจะมีหน้าสถานะการจัดส่งขึ้นมาให้ทราบว่าขณะนี้สินค้ากำลังอยู่ในการจัดส่งขั้นตอนใด แต่หากมีสถานะขึ้นว่า “การจัดส่งพัสดุไม่สำเร็จ” ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะอาจเกิดจากผู้จัดส่งไม่สามารถติดต่อผู้รับได้ หรือผู้รับไม่อยู่บ้าน/ไม่สะดวกรับของ โดยผู้จัดส่งจะทำการจัดส่งพัสดุให้อีกครั้งในรอบการจัดส่งต่อไปของระบบขนส่งบริษัทต่าง ๆ 

2 วิธีง่าย ๆ ในการเช็คหมายเลขการสั่งซื้อ lazada ผ่านเว็บไซต์

วิธีที่ 1 คลิก “ติดตามสินค้า” เมื่อเข้าไปในเว็บไซต์ที่หน้าแรก จะเห็นแถบเมนู “ติดตามสินค้า” ที่มุมขวาบนจะมีหมายเลขคำสั่งซื้อต่าง ๆ ขึ้นมา ที่จะแสดงจากคำสั่งซื้อล่าสุดลงไป หากต้องการเช็คหมายเลขการสั่งซื้อไหนก็กดติดตามสินค้าได้เลย

วิธีที่ 2 ตรวจสอบจากบัญชีการสั่งซื้อ โดยให้คลิกไปที่ คำว่า “บัญชี” ตรงแถบเมนูด้านบน จากนั้นให้คลิกไปที่ “รายการสั่งซื้อของฉัน” จะเห็นหน้ารายการสินค้าขึ้นมา ให้คลิกทางขวาของรายการสั่งซื้อที่ คำว่า “จัดการคำสั่งซื้อ” จากหน้าให้คลิกเข้าไปที่ด้านขวา ตรงคำว่า “Track Package” จะมีรายละเอียดการจัดส่งขึ้นมาว่าขณะนี้สินค้ากำลังขนส่งอยู่ในขั้นตอนใด ตั้งแต่ขั้นตอนกำลังดำเนินการ – แพ็คสินค้าแล้ว – อยู่กับบริษัทขนส่ง – สินค้าส่งแล้ว หากจัดส่งสำเร็จแล้วจะขึ้นว่า “การจัดส่งสำเร็จ” พร้อมแสดงวันที่ เวลา และชื่อผู้รับให้ทราบ

หากต้องการคุยกับร้านค้าหรือเจ้าหน้าที่ของ LAZADA ควรทำอย่างไร?

สามารถแชทกับร้านค้าได้โดยตรง สามารถแชทคุยกับร้านค้าได้โดยตรงทั้งในกรณีที่สั่งซื้อสินค้าแล้วและยังไม่ได้สั่งซื้อ ในกรณีที่สั่งซื้อสินค้าแล้ว ให้กดเข้าไปที่คำสั่งซื้อในบัญชีของตนเอง แล้วกดคำว่า “แชทเลย” จะสามารถคุยกับทางร้านค้าได้โดยตรง ทุกข้อความที่พิมพ์ลงไปจะไปขึ้นที่ร้านค้า สามารถสอบถามรายละเอียดสินค้า หรือการจัดส่งได้ สนทนาโต้ตอบได้ เมื่อร้านค้าตอบกลับมาจะมีการแจ้งเตือนให้ทราบจากช่องแชท กดเข้าไปอ่านข้อความได้เลย สามารถส่งรูปภาพได้ ส่งสติกเกอร์ได้ แต่หากยังไม่ได้สั่งซื้อและอยากสอบถามก่อน ไปที่หน้าสินค้าแล้วกดคำว่า “แชทเลย” ที่แถบด้านล่างได้เลย

สามารถแชทกับเจ้าหน้าที่ของ LAZADA ได้ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าความจริงแล้วเราสามารถแชทกับลาซาด้าได้ โดยเข้าไปที่ “บัญชี” จะมีคำว่า “แชทกับลาซาด้า” ในหัวข้อ “บริการของฉัน” เมื่อกดเข้าไปแล้วสามารถติดตามสถานะสินค้า สอบถามเกี่ยวกับการคืนสินค้าและคืนเงิน และลาซาด้าวอลเล็ตได้ ในกรณีที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติมนอกเหนือจากหัวข้อต่าง ๆ ที่ระบุ สามารถพิมพ์ที่ช่องแชทเพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้เลย จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด หรือติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่เบอร์ 02-018-0000 วันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.

จะเห็นว่าการเช็คหมายเลขการสั่งซื้อของ LAZADA นั้นไม่ยากเลย เช็คได้ง่าย ๆ ผ่านมือถือในไม่กี่ขั้นตอน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ทราบสถานะของสินค้าได้แล้ว ไม่ต้องกังวลว่าของจะไม่ถึงหรือร้านจะไม่ส่งของให้ เมื่อสินค้าใกล้ถึงแล้วผู้จัดส่งจะโทรมาแจ้งให้ทราบเพื่อให้เตรียมรับของ ในกรณีที่ชำระเงินปลายทางควรเตรียมเงินเอาไว้ให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการรับสินค้า

เช็คหมายเลขการสั่งซื้อ

lazada express

lazada express ระบบขนส่งแห่งใหม่จาก LAZADA ที่น่าจับตามองในยุคนี้!

หลายคนอาจจะรู้จักเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ขนาดใหญ่อย่าง LAZADA กันดีอยู่แล้ว แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบว่า ลาซาด้านั้นมีระบบขนส่งเป็นของตัวเองด้วย โดยได้บริษัทลูกอย่าง LEL Express ที่ลงทุนไปกว่า 1 พันล้านบาท เข้ามาช่วยดูแลในการขนส่ง เป็นระบบขนส่งที่ใช้กับลาซาด้าที่เดียวเท่านั้น โดยพัสดุกว่า 35% จะจัดเข้าระบบการขนส่งของ lex tracking ส่วนที่เหลือจะจัดส่งในช่องทางอื่น ๆ ตามปกติ ถ้าอย่างนั้นเราไปทำความรู้จักกันให้มากขึ้นดีกว่าว่า lazada express นั้นดีอย่างไร และ แตกต่างจากระบบขนส่งอื่น ๆ อย่างไร

ทำความรู้จักกับ lazada express ระบบขนส่งที่นักช้อปปิ้งออนไลน์ควรรู้จัก

มีรถรับส่งพัสดุกว่า 2,335 คัน สำหรับเรื่องระบบการขนส่งแล้ว ความรวดเร็วในการจัดส่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ จนทำให้เกิดการแข่งขันทางระบบโลจิสติกส์ขึ้น ที่หากระบบขนส่งไหนขนส่งได้เร็วกว่าก็จะได้รับความนิยมมากกว่า ลาซาด้าจึงเป็นอีกหนึ่งระบบขนส่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพื่อการขนส่งที่รวดเร็วมากขึ้น โดยมีรถรับส่งพัสดุมากถึง 2,335 คัน และมีแพลนจะเพิ่มเรื่อย ๆ เพื่อการจัดส่งถึงมือลูกค้าให้รวดเร็วที่สุด

จัดส่งเร็วสุด 0.8 วัน สำหรับพื้นที่ในกทม. ปริมณฑล และ ในจังหวัดใกล้เคียง ทางlazada expressสามารถจัดส่งได้เร็วที่สุดโดยคิดเฉลี่ยเป็น 0.8 วัน หรือไม่ถึง 1 วัน ซึ่งก็ถือเป็นความรวดเร็วที่ดีที่สุดที่เคยมีมาเลย และไม่เพียงเท่านั้น เพราะในปี 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการเพิ่มศูนย์กระจายสินค้าขึ้นอีก 10 แห่ง เพื่อลดเวลาการจัดส่งลงให้เหลือเพียง 0.7 วัน ส่วนเป้าหมายในระยะยาวก็ตั้งไว้ให้เลือกเพียง 0.5 วันเท่านั้นเอง ส่วนการขนส่งไปยังต่างจังหวัดจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 2 วัน

รับสินค้าเข้าศูนย์คัดแยกสินค้าได้ 140,000 ชิ้นต่อวัน ใช้ระบบ First-Mile ที่สามารถรับสินค้าจากร้านค้าต่าง ๆ เข้ามาในศูนย์คัดแยกสินค้าได้เฉลี่ยมากถึง 140,000 ชิ้นต่อวัน

ศูนย์คัดแยกสินค้ารองรับพัสดุได้สูงสุด 36,000 ชิ้นต่อชั่วโมง ในทุก ๆ ชั่วโมงมีสินค้าเข้ามาในศูนย์คัดแยกกว่า 36,000 ชิ้น ซึ่งก็ถือว่ามีปริมาณไม่น้อยเลย ซึ่งในอนาคตหากมีการเปิดใช้งานแบบเต็มพื้นที่ ก็จะรองรับได้สูงถึง 96,000 ชิ้นต่อชั่วโมงเลย

จัดส่งสินค้าได้ 100,000 ชิ้นต่อวัน ในแต่ละวันมีสินค้ากระจายออกไปกว่า 100,000 ชิ้นเลยทีเดียว

มีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่กว่า 50 แห่ง โดยตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 30 แห่ง และกระจายอยู่ต่างจังหวัดอีก 20 แห่ง นอกจากนี้ยังมีศูนย์กระจายสินค้าขนาดเล็กเพิ่มอีก 7 แห่ง

ควบคุมเรื่องการบริการได้เอง ด้วยความที่มีระบบขนส่งเป็นของตัวเอง จึงสามารถควบคุมการขนส่งและการบริการต่าง ๆ ได้เองตามมาตรฐานของลาซาด้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมารยาท ขั้นตอนการจัดส่ง รวมถึงการดูแลพัสดุไม่ให้เกิดความเสียหายขณะขนส่งด้วย เนื่องจากปัญหาส่วนใหญ่ที่มักพบในการขนส่งคือ พัสดุเกิดความเสียหายบ่อย

ติดตามพัสดุผ่าน lex tracking ได้ สามารถติดตามการขนส่งพัสดุได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการรับสินค้าเข้าระบบ การบรรจุสินค้า การคัดแยกสินค้า และการจัดส่งสินค้า 

การช้อปปิ้งออนไลน์กับ LAZADA ดีอย่างไร ทำไมถึงได้รับความนิยม?

มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยได้จัดหมวดหมู่เอาไว้ให้เลือกช้อปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน สุขภาพและความงาม เด็กอ่อนและของเล่น บ้านและไลฟ์สไตล์ เครื่องประดับ กีฬาและการเดินทาง ยานยนต์และอุปกรณ์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

มี LazMall ให้เลือกช้อปอย่างมั่นใจ เป็นร้านค้า Official จากแบรนด์ดังให้เลือกช้อปหลายร้อยร้านค้า รับประกันสินค้าของแท้ 100%

มีโปรโมชันและคูปองส่วนลดขนมาแจกในทุก ๆ เดือน ไม่ต้องรอถึงสิ้นปีก็ซื้อของในราคาโปรโมชันได้ทุกเดือนด้วยคูปองลดเพิ่มมากมาย

มี Flash Sale ให้เลือกช้อปในราคาประหยัดได้ทั้งวัน ลดฟ้าผ่ากับ Flash Sale ที่ขนสินค้ามาลดราคามากมาย มีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักสิบกันเลย

รองรับการชำระเงินปลายทาง หากไม่สะดวกจ่ายก่อนก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่ว่าจะสั่งซื้อน้อย หรือสั่งซื้อมากก็สามารถเลือกชำระเงินปลายทางได้ รับของก่อน จ่ายทีหลัง อุ่นใจมากกว่า

สำหรับใครที่เคยช้อปปิ้งออนไลน์บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของลาซาด้าก็คงจะเคยใช้บริการผ่านlazada expressกันมาบ้างแล้ว ส่วนใครที่ยังไม่เคยใช้ และอยากลองก็สามารถเข้ามาเลือกช้อปกันได้เลย

lazada express